ดูบทความหยุดอาการตาแห้งขั้นต้นได้ด้วยตัวเอง

หยุดอาการตาแห้งขั้นต้นได้ด้วยตัวเอง

หมวดหมู่: KNOWLEDGE

 

หยุดอาการตาแห้งขั้นต้นได้ด้วยตัวเอง

 

เคยไหมที่นั่งทำงาน นั่งตากลมนานๆ อ่านหนังสือ มากไป ขับรถทางไกล หรือใส่คอนแทกเลนส์ยาวนานติดต่อกันหลายชั่วโมงแล้วรู้สึกแสบตาและมีอาการระคายเคืองตลอดทั้งวันก็เดาได้เลยในขั้นต้นว่าคุณกำลังเข้าสู่สภาวะตาแห้งเป็นที่เรียบร้อย และสำหรับบางคนที่มีอาการตาแห้งมากกว่านั้นอาจถึงขั้นเหมือนมีสิ่งแปลกปลอมค้างอยู่ในตา ตาพร่ามัว มองเห็นภาพซ้อน หรือตาสู้แสงไม่ได้

 

ปกติคนเราจะมีกลไกสร้างน้ำตาขึ้นมาอยู่แล้วตามธรรมชาติ แต่ทีนี้บางคนก็อาจจะสร้างน้ำตาได้น้อยกว่าที่ควรจะเป็น บ้างก็น้ำตาระเหยเร็วกว่าคนอื่น บางคนเมื่อมีอายุมากขึ้นปริมาณการสร้างน้ำตาก็น้อยลง ยิ่งไปกว่านั้นบางคนเคยผ่านการรักษาตา เคยทำเลสิก หรือต้องกินยาบางประเภทที่ไปมีผลกับการทำให้ร่างกายผลิตน้ำตาลดลง เช่น ยาคลายเครียด ยารักษาโรคภูมิแพ้บางกลุ่ม ยารักษาโรคพาร์กินสัน ฯลฯ ถามว่าถ้ารู้สึกมีอาการตรงตามที่เราว่ามาควรทำอย่างไร ส่วนใหญ่ในขั้นเริ่มตอนของการปฐมพยาบาลตัวเองอาจช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ดวงตาได้ด้วยการหยดน้ำตาเทียม ซึ่งถือเป็นตัวช่วยยอดเยี่ยมอย่างหนึ่ง

 

น้ำตาเทียมที่ว่านี้มีให้เลือกใช้ทั้งแบบเป็นน้ำยาใส และแบบเจลที่มีประสิทธิภาพใกล้เคียงกัน แต่วิธีการใช้ต่างกันอยู่บ้าง และถ้าแบ่งตามระยะเวลาในการใช้ก็จะมีอยู่ 2 ชนิด คือ ชนิดที่มีสารกันเสียซึ่งจะบรรจุขวดที่ใช้ได้ประมาณ 1 เดือน น้ำหนักประมาณ 10-15 มิลลิลิตร และชนิดที่ไม่มีสารกันเสียแต่ก็จะบรรจุอยู่ในหลอดพลาสติกเล็กๆ ที่สามารถใช้ได้ประมาณ 4-8 หยดและมีอายุการใช้หลังเปิดฝาไม่เกิน 24 ชั่วโมง ซึ่งน้ำตาเทียมชนิดที่ไม่มีสารกันเสียยังเหมาะสำหรับผู้ที่แพ้สารประเภทนี้อีกด้วย น้ำตาเทียมที่เราซื้อมาใช้ควรเก็บไว้ที่อุณหภูมิ 2-25 องศาเซลเซียส ดังนั้นการเก็บรักษาน้ำตาเทียมในบ้านเราซึ่งอยู่เมืองไทยทางที่ดีควรเก็บใส่ตู้เย็นช่องธรรมดาจะเหมาะกว่าเพื่อคงคุณภาพของน้ำตาเทียมเอาไว้ และเมื่อหมดอายุก็ควรทิ้งทันที กรณีนี้แม้จะเหลือมากก็อย่าเพิ่งเสียดายให้เกิดอันตรายกับดวงตาตัวเอง และในการใช้น้ำตาเทียมแต่ละครั้งต้องล้างมือให้สะอาดก่อนเสมอ หยดแล้วหลับตาไว้ชั่วครู่ กรอกตาไปมา ไม่ควรให้ขวดน้ำตาเทียมสัมผัสกับขนตาหรือเปลือกตา และห้ามใช้น้ำตาเทียมร่วมกับใคร ของเราเองก็ไม่ควรแบ่งใครใช้ด้วย เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อในกรณีที่ตามีการติดเชื้ออยู่ในขณะนั้น แต่การหยดน้ำตาเทียมทุกครั้งที่ตาแห้งยาวนานหลายปีก็ไม่ถูกต้องนัก

 

ทางที่ดีควรหลีกเลี่ยงสาเหตุที่ทำให้เกิดตาแห้ง พยายามกะพริบตาถี่ขึ้นกว่าเดิมเมื่อต้องจ้องมองจอคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ตหรือหนังสือนาน เพื่อให้มีน้ำตาออกมาหล่อเลี้ยงลูกตาตามธรรมชาติ เลี่ยงการที่จะมีลมพัดเข้าตาโดยตรง และหากสวมแว่นตากันลมได้ก็จะยิ่งดีมาก หากเกิดอาการตาแห้งจากการกินยาประเภทต่างๆ ก็ควรขอคำปรึกษาจากแพทย์ และขณะเดียวกันหากตาแห้งยาวนานไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้นก็ควรไปตรวจสุขภาพตากับจักษุแพทย์ดูบ้างเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง แต่สำหรับคนที่ปล่อยปละละเลย บอกเลยว่าไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เพราะอาการตาแห้งเรื้อรังจะนำผลร้ายมาให้ได้มากกว่าที่คิด อาการระคายเคืองตาเป็นแค่เบสิก ถ้าปล่อยไว้นานกว่านั้นกระจกตาจะเริ่มถลอก จากระคายเคืองก็จะเริ่มเจ็บปวดในลูกตาเพราะเกิดแผลเล็กๆ จากน้อยกระจายออกกว้างขึ้น หากเกิดการติดเชื้อในแผลบนผิวกระจกตาก็จะยิ่งยุ่งไปกันใหญ่ และถ้ารุนแรงที่สุดในระยะยาวแผลที่เกิดขึ้นก็จะทำให้กระจกตาบางลงและเกิดกระจกตาทะลุได้เลยเชียว ฉะนั้นจดจำให้ขึ้นใจว่าดวงตาเป็นอวัยวะที่สำคัญต่อการดำรงชีวิตอย่างมาก จึงไม่ควรละเลยการถนอมดวงตาเลยแม้แต่นาทีเดียว เพื่อรักษาคุณภาพของสายตาและนัยน์ตาให้คงอยู่กับเราตลอดไป

09 พฤษภาคม 2560

ผู้ชม 5337 ครั้ง