ดูบทความFlying Dutchman

Flying Dutchman

หมวดหมู่: CHECK HISTORY

Flying Dutchman

 

ในบรรดาเรื่องเล่าของเรือ 200 กว่าลำที่อับปางทิ้งตัวเองจมดิ่งลงสู่ก้นมหาสมุทรในบริเวณแหลมกู้ดโฮปของเมืองเคปทาวน์ แอฟริกาใต้ดูจะไม่มีเรื่องใดน่าสะพรึงเท่ากับ “Flying Dutchman” เพราะใช่จะเป็นแค่เรื่องเรือล่มธรรมดาเท่านั้น แต่ Flying Dutchman  มาพร้อมกับตำนานเรื่องเล่าและฉายาชวนสยองขวัญที่ยกให้กับเรือลำหนึ่งว่าเป็น “เรือผีสิง”

ว่ากันว่าจุดเริ่มต้นของการพูดถึง Flying Dutchman  ในแง่ของการเป็นเรือผีสิงนั้นเกิดขึ้นในค่ำคืนหนึ่งของปี 1835 เมื่อเรือใหญ่ลำหนึ่งจากอังกฤษกำลังถูกคลื่นยักษ์กระหน่ำถาโถมในระหว่างที่ล่องผ่านแหลมกู้ดโฮป ท่ามกลางความโกลาหลของลูกเรือในเหตุการณ์นั้นก็ให้บังเอิญที่ลูกเรือมองเห็นเรือสำเภาโบราณลำหนึ่งแล่นพุ่งตรงเข้ามาหาด้วยความเร็ว และน่าแปลกที่สำเภาลำนั้นไม่ได้มีทีท่าว่ากำลังแล่นอยู่ในกระแสพายุเลย ภาพที่เห็นตรงหน้าทำให้เหล่าลูกเรือที่กำลังหวาดกลัวกับคลื่นลมพายุต้องเปลี่ยนมาหวาดกลัวเรือปริศนาที่กำลังแล่นตรงมาโดยไม่ลดความเร็วลงเลย แต่จู่ๆ เมื่อเรือลำนั้นแล่นเข้ามาถึงก็กลับหายไปต่อหน้าต่อตาลูกเรือหลายคน

 

และอีกครั้งกับการพบเหตุการณ์ประหลาดเกี่ยวกับเรือลำนี้คือในวันที่ 11 กรกฎาคม 1881 เรือรบอังกฤษลำหนึ่งที่แล่นผ่านเข้ามาในบริเวณแหลมกู้ดโฮปท่ามกลางกระแสหมอกและไอน้ำคละคลุ้งก็มองเห็นเรือสำเภาโบราณลำหนึ่งลอยห่างจากเรือรบประมาณ 200 หลา กะลาสีเรือผู้เห็นเล่าว่าเขามองเห็นว่าเรือสำเภาลำนั้นกำลังมีไฟลุกท่วมและค่อยๆ จางหายไปทั้งลำ ซึ่งหนึ่งในผู้ที่ร่วมเหตุการณ์นี้อยู่ด้วยก็คือพระเจ้าจอร์จที่ 5 พระเจ้าจอร์จที่ 5 (King George V) แห่งบริเตนซึ่งในขณะนั้นดำรงพระอิสริยยศเป็นมกุฎราชกุมารแห่งอังกฤษ สุดท้ายหลังจากนั้นกะลาสีนายนี้ก็เสียชีวิตจากอุบัติเหตุพลัดตกลงมาจากหอสังเกตการณ์เรือ กลายเป็นที่มาของความเชื่อถึงอาถรรพ์เรือปริศนาลำนี้

หลังจากนั้นก็มีผู้คนจากเรือเดินทะเลอีกหลายลำพบเห็นภาพเรือปริศนานี้ที่เมื่อปรากฏตัวขึ้นก็จะหายไปอย่างไร้ และยิ่งชวนเสียวสันหลังยิ่งกว่านั้นเมื่อมีคนเห็นว่าบนดาดฟ้าเรือลำนั้นมีโครงกระดูกของผู้ที่น่าจะเป็นกัปตันเรือและลูกเรือกำลังทำงานอย่างขะมักเขม้น นอกจากนี้ลูกเรือบนเรือลำอื่นๆ รวมถึงคนที่อยู่ตามชายหาดและผู้เฝ้าประภาคารก็มักจะมองเห็นว่ามีเรือและมีผู้คนเดินไปมาอยู่บนเรือจนภาพเรือค่อยๆ จางหายไปเอง สุดท้ายก็กลายเป็นเรื่องราวเล่าต่อกันมานานเกิน 180 ปี พร้อมกับพากันเรียกเรือผีสิงลำนี้ว่า Flying Dutchman”

 

 

จากรูปทรงเรือและลักษณะของภาพกัปตันเรือที่ใครๆ เห็นอยู่บน Flying Dutchman ก็เชื่อกันว่าเรือลำนี้มีผู้นำแล่นสู่มหาสมุทรคือ “Hendrick Van der Decken” กัปตันชาวดัตช์ที่ได้นำสำเภาและลูกเรือผ่านมาทางแหลมกู้ดโฮปแล้วพบพายุใหญ่อยู่เบื้องหน้า แต่กัปตันกลับไม่ฟังเสียงห้ามปรามของเหล่าลูกเรือ ยังคงยืนยันจะฝ่าพายุไปให้ได้ สุดท้ายก็ทำไม่สำเร็จ ผู้เป็นกัปตันจึงตะโกนขึ้นฟ้าด่าว่าผู้ปกปักษ์ฟ้าและน้ำด้วยความโกรธแค้นและลั่นวาจาจะขอวนเวียนอยู่ในแหลมกู้ดโฮปไปชั่วนิรันดร์ ก่อนจะทิ้งร่างทิ้งเรือเป็นอมนุษย์เฝ้ามหาสมุทรไปตลอดกาล

การปรากฏตัวของ Flying Dutchman มักมาในรูปแบบที่ต่างกันไป แต่ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในวันที่มีหมอกหนา ผู้ที่เคยเห็นมักเล่าว่ามองเห็นแสงไฟประหลาดลอยอยู่กลางมหาสมุทร บ้างก็เห็นสำเภาลอยเทียบกันมา 3 ลำ และที่น่ากลัวกว่านั้นคือมักเห็นกัปตันเรือในเครื่องแต่งกายโบราณยืนหัวเราะอย่างบ้าคลั่งบนดาดฟ้า บ้างก็ว่าเห็นเรือสำเภาล่องฝ่าสายหมอกมาพร้อมภาพกัปตันนั่งอยู่บนดาดฟ้าเรือด้วยสีหน้าที่เศร้าสร้อย ตำนานเล่าขานทั้งหมดนี้ดูจะทำให้ผู้ฟังขนลุกอยู่ไม่น้อยเลย

 

ปัจจุบันมีนักวิทยาศาสตร์หลายต่อหลายคนออกมาอธิบายถึงภาพน่ากลัวที่ใครๆ เห็นกันนี้ว่า แท้จริงแล้วไม่ได้เป็นเพราะภูตผีหรือปิศาจตนใด ไม่ได้เป็นเพราะคำสาบแห่งท้องมหาสมุทร แต่เกิดจากการหักเหของแสงที่สะท้อนกับผิวน้ำจนกลายเป็นภาพลวงตา คำอธิบายนี้ช่วยให้ความเชื่อของผู้คนส่วนใหญ่ถูกลบล้างไป แต่บันทึกการปรากฏตัวของ Flying Dutchman ที่มีประปรายมาตลอดตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 เรื่อยมาจนถึงศตวรรษที่ 20 ก็ยังตอกย้ำให้คนอีกกลุ่มหนึ่งยังคงเชื่อเรื่องนี้ รวมถึงความหวาดกลัวเมื่อพูดถึง Flying Dutchman ก็ไม่ได้ลดน้อยลง และเรื่องราวของ Flying Dutchman ก็ยังคงถูกพูดถึงเสมอจนปัจจุบันนี้

 

 

 

 

 

 

11 พฤษภาคม 2560

ผู้ชม 4079 ครั้ง