ดูบทความใครตัดสายสะดือให้ Volkswagen

ใครตัดสายสะดือให้ Volkswagen

หมวดหมู่: CHECK HISTORY

"ชายผู้ตัดสายสะดือให้ Volkswagen"

บางครั้งเสียงก่นด่าสาปแช่งของชาวโลกที่มีต่อ “อดอล์ฟ ฮิตเลอร์” (Adolf Hitler) มาเป็นเวลานานนับจากอดีตถึงปัจจุบันก็อาจกลายเป็นอคติบดบังความจริงที่ว่าผู้นำแห่งพรรคนาซีนามว่าฮิตเลอร์ท่านนี้มีความดีอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน หลากหลายการพัฒนาประเทศเยอรมนีในทุกวันนี้มีรากฐานจากนานาแนวคิดของฮิตเลอร์นี่แหละ 

และหนึ่งในหลายแนวคิดที่กลายมาเป็นความคลาสสิกบนโลก ยานยนต์ยุคนี้ซึ่งดูจะไม่เคยเสื่อมความนิยมลงเลยแม้จะเกิดขึ้นมานานเกือบร้อยปีแล้วก็ตาม นั่นคือ “โฟล์คสวาเกน” (Volkswagen) รถยนต์สัญชาติเยอรมันที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นเหนือกาลเวลาแนวคิดที่ว่านั้นวาบเข้ามาในสมองของฮิตเลอร์ราวปี 1934 ช่วงที่ดำรงสถานะเป็นผู้นำแห่งพรรคนาซีและผู้นำประเทศที่เรียกกันว่า “Fuhrer” และก็เป็นแนวคิดที่เห็นควรให้มีการผลิตยานพาหนะขนาดกะทัดรัด กินน้ำมันน้อย สมรรถนะสูงและมีราคาถูก เพื่อให้เป็นตัวเลือกของชาวเยอรมันสำหรับใช้เป็นพาหนะในชีวิตประจำวัน  

 

คณะกรรมการสมาคมอุตสาหกรรมรถยนต์แห่งชาติเยอรมนี  (Reichsverband Der Deutschen Automobilindustrie-RDA) ในยุคนั้นจึงมอบนโยบายนี้ให้แก่สองวิศวกรชาวเยอรมัน “ดร.นอร์ท โฮป” (Dr. North Hope) และ “ดร.เฟอร์ดินัน ปอร์เช่” (Dr. Ferdinand Porsche) เป็นผู้รับนโยบายนี้มาดำเนินการออกแบบรถยนต์ให้ได้ตรงตามใจของท่านผู้นำมากที่สุด ทั้งนี้ ดร.ปอร์เช่ ก็ยังเป็นผู้ให้กำเนิดรถยนต์ยี่ห้อปอร์เช่ หรือ พอร์ช (Porsche) อีกด้วย ดร.โฮป และ ดร.ปอร์เช่ รวมถึงทีมงานใช้เวลารวม 4 ปีจึงได้นวัตกรรมใหม่ของรถยนต์แบรนด์โฟล์คสวาเกนออกมาให้ได้ยล โดยใน 2 ปีแรก 1936 ได้ระบบช่วงล่างแบบ Torsion Bars มีระบบเบรกเป็นแบบก้านบังคับซึ่งต่างไปจากระบบไฮดรอลิกของรถยนต์ในปัจจุบัน

                         

โฟล์คสวาเกน ยุคนั้นมีทั้งแบบเครื่องยนต์ 2 และ 4 จังหวะ กำลังสูงสุด 22.5 แรงม้า และปลายปีเดียวกันมีการผลิตรถยนต์โฟล์คสวาเกนรุ่นต้นแบบออกมา ถึง 3 คัน ภายใต้ความเห็นชอบของคณะกรรมการหลังถูกทดสอบ ด้วยการแล่นเป็นระยะทางกว่า 50,000 กิโลเมตร แต่นั่นก็ยังไม่ได้ ทำให้โฟล์คสวาเกนได้รับการผลิตออกสู่ตลาดเพราะบ้านเมืองเริ่มคุกรุ่นโดยภัยสงครามโลกครั้งที่ 2 มาได้ผลิตออกสู่ตลาดกันอย่างจริงจังก็หลังสงครามสิ้นสุด        

แต่การผลิตเพื่อการพาณิชย์ครั้งแรกของโฟล์คสวาเกนก็มีเพียง 55 คันเท่านั้น ซึ่งก็อยู่ในช่วงเดือนธันวาคม 1945 และเริ่มขยายฐานการผลิตออกไปยังกลุ่มตัวแทนจำหน่ายอีกหลายประเทศในยุโรปเรื่อยมาหลังจากนั้น จนเมื่อเริ่มต้นออกนอกยุโรปในปี 1949 ประเทศแรกที่ถูกเลือกก็คือสหรัฐอเมริกา และก็กลายเป็นตลาดใหม่ที่ทำให้เกิดโฟล์คสวาเกน รุ่นเปิดประทุนสวยงามไฉไลในปีเดียวกัน  ท้ายที่สุดโฟล์คสวาเกนก็กลายเป็นรถขายดีติดอันดับความนิยมตลอดกาลทั้งในยุโรปและทั่วโลกแซงหน้ารถยนต์แบรนด์อื่นที่เคยครองตลาดในยุคนั้นมาได้จนมียอดการผลิตครบ 20,000,000 คันในปี 1981

 

รวมถึงในเมืองไทยก็ได้รับความนิยมอย่างมากมายโดยเฉพาะในกลุ่มผู้รักรถคลาสสิกตระกูลโฟล์ค รถยนต์รุ่นที่น่าจะเรียกได้ว่ามีชื่อเสียงและได้รับความนิยมในอันดับต้นๆ ของค่ายโฟล์คสวาเกนก็น่าจะเป็นรุ่นนี้ “โฟล์คสวาเกนบีเทิล (Volkswagen Beetle) หรือที่คนไทยคุ้นมักเรียกกันว่า “โฟล์คเต่า” หรือ “Beetle” ของคนทั่วโลก ซึ่งก็มาจาก Beetle ที่หมายถึงแมลงเต่าทองนั่นเอง แต่สำหรับชาวเยอรมันจะเรียกรถรุ่นนี้ว่า “Kfer” ที่มีความหมายในภาษาเยอรมันว่าตัวด้วงซึ่งเป็นต้นแบบของรถ และยังได้ชื่อว่าเป็นรถรุ่นที่มีการออกแบบเพียงครั้งเดียวแต่ทำยอดจำหน่ายได้สูงสุดหลักล้านคัน นับจากจุดเริ่มต้นของรถโฟล์คสวาเกนคันแรกที่ริเริ่มแนวคิดโดย อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ที่เพียงต้องการให้เป็นรถของประชาชนในปกครองของเขา และยังตั้งใจเลือกใช้คำว่า “Volk” ที่ในภาษาเยอรมันหมายถึง “ประชาชน” และ “Wagen” ที่หมายถึง “รถยนต์” มารวมเป็นชื่อรถยนต์แบรนด์นี้เพื่อสื่อความหมายและมีอัตลักษณ์ “VW” ซึ่งเป็นรูปตัวอักษร “วี” (V) และ “ดับเบิลยู” (W) เป็นภาพจำ หากท่านผู้นำทราบว่ารถยนต์ที่ท่านเป็นเสมือนผู้ตัดสายสะดือให้นี้ได้กลายเป็นแบรนด์รถยนต์ที่รู้จักกันทั่วโลกและดูจะโด่งดังด้วยเสน่ห์แบบไม่มีวันตกยุคก็คงต้องภูมิใจมากแน่ๆ เลย

11 พฤษภาคม 2560

ผู้ชม 7048 ครั้ง