ดูบทความชวนกิน...ถั่วแระญี่ปุ่น

ชวนกิน...ถั่วแระญี่ปุ่น

หมวดหมู่: KNOWLEDGE

ชวนกิน...ถั่วแระญี่ปุ่น

 

ในยุคสมัยแห่งการดูแลสุขภาพและท่ามกลางกระแสแห่งอาหารคลีนที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ในบ้านเรา Check Health ฉบับนี้เลยชวนคุณผู้อ่านบางท่านที่ยังเสพติดขนมขบเคี้ยวไร้ประโยชน์หันมาเลือกธัญพืชเป็นอาหารว่างเสริมสุขภาพกันดีกว่า และในจำนวนธัญพืชต่างๆ ที่มีอยู่มากมาย “ถั่วแระญี่ปุ่น” คือพระเอกประจำคอลัมน์ของเราในครั้งนี้

ช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมาคนไทยเริ่มรู้จักถั่วแระญี่ปุ่นฝักโตสีเขียวสดกันบ้างแล้วนอกเหนือจากถั่วแระฝักสีเหลืองในท้องตลาดบ้านเรา ถั่วแระญี่ปุ่นมักวางขายในรูปแบบแช่แข็งอยู่ในซูเปอร์มาเก็ตหรือมินิมาร์ทเพื่อคงคุณภาพความสดไว้จนถึงมือผู้บริโภค ไปจนถึงการเป็นเมนูอาหารว่างสำหรับเคี้ยวเล่นในร้านอาหารและเครื่องดื่มทั่วไป ขึ้นชื่อว่าถั่วแระก็รู้กันอยู่แล้วว่ามากมายไปด้วยประโยชน์ แต่เจ้าถั่วแระญี่ปุ่นที่ว่านี้ดูจะไม่ธรรมดา เพราะเมื่อแง้มดูข้อมูลทางโภชนาการแล้วต้องยอมรับว่านี่คืออาหารเพื่อสุขภาพชัดๆ เลย

 

จริงๆ แล้วทั้งถั่วแระญี่ปุ่นและถั่วแระไทยก็คือถั่วเหลืองนั่นเอง เพียงแต่ถั่วแระฝักสีเขียวที่เราเห็นนี้ได้จากการพัฒนาสายพันธุ์ให้มีเมล็ดโตเพื่อใช้กินสดแทนการนำไปสกัดน้ำมันหรือทำผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น เต้าหู้หรือน้ำนมถั่วเหลือง ในขณะเดียวกันสิ่งที่อยู่ในเมล็ดถั่วแระญี่ปุ่นก็คือสารอาหารต่างๆ ที่มีคุณค่ามากมายทั้งวิตามินเอ บี ซี เค ธาตุเหล็ก แคลเซียม ฟอสฟอรัส โฟเลต เบต้าแคโรทีน กรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกาย ไขมันไม่อิ่มตัว ฯลฯ

และที่สำคัญที่สุดคือสารอาหารในถั่วสีเขียวๆ ชนิดนี้จะช่วยให้ร่างกายสร้างระบบภูมิคุ้มกันโรคได้อย่างดี มีประโยชน์ด้านลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจ โรคมะเร็ง โรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด มีใยอาหารที่ช่วยในระบบขับถ่าย  ส่วนผู้ที่มีโรคเกาต์เป็นสมบัติประจำตัวหากกินถั่วแระญี่ปุ่นก็จะช่วยลดปริมาณกรดยูริกในร่างกายได้

คุณผู้อ่านที่กำลังต้องการลดน้ำหนักควรมีถั่วแระญี่ปุ่นติดบ้านไว้ เพราะไม่ใช่แค่ความอร่อย แต่ถั่วแระญี่ปุ่นจะทำให้คุณอิ่มทนอิ่มนานแถมมีพลังงานต่ำ 120 แคลอรี่ต่อ 100 กรัมเท่านั้น ส่วนใครที่นิยมอาหารมังสวิรัติหรืออาหารเจ และหลีกเลี่ยงการกินเนื้อสัตว์ก็ขอให้กินถั่วแระนี่แหละ เพราะนี่คือแหล่งโปรตีนชั้นดี ไม่กินเนื้อสัตว์ก็สามารถเสริมโปรตีนได้ ขอให้กินถั่วแระญี่ปุ่นสักสัปดาห์ละ 1-2 ครั้งในปริมาณครั้งละ 1 ถ้วยตวงก็เพียงพอแล้ว แต่ไม่มีอะไรที่มากไปแล้วจะดี ดังนั้นขอให้กินพอประมาณ ระมัดระวังความเพลิดเพลินในการกิน เพราะแม้จะให้พลังงานน้อย แต่กินมากก็ได้รับพลังงานมากอยู่ดี

นอกจากนี้ข้อควรระวังก็คือ การเลือกซื้อถั่วแระญี่ปุ่นในซูเปอร์มาเก็ตอาจต้องระมัดระวังเรื่องความสะอาด เนื่องจากบางแห่งมักขายบนกระบะน้ำแข็งให้ลูกค้าโกยตักใส่ถุงกันเองตามความพอใจ ส่วนการซื้อถั่วแระญี่ปุ่นแบบบรรจุถุงจากมินิมาร์ทก็อาจมีปริมาณเกลือมากเกินไป ซึ่งแม้เกลือจะช่วยเพิ่มรสชาติให้ถั่วอร่อยขึ้น แต่เรื่องความเค็มกินมากไปก็มีผลกับไตแน่นอน หากล้างน้ำเปล่าก่อนกินเสียหน่อยก็จะช่วยได้มากเลย

 

                                                             ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑

แท็ก: health

11 พฤษภาคม 2560

ผู้ชม 11759 ครั้ง