ดูบทความฟาโรห์ผู้โด่งดังหนึ่งในโลก

ฟาโรห์ผู้โด่งดังหนึ่งในโลก

หมวดหมู่: CHECK HISTORY

ฟาโรห์ผู้โด่งดังหนึ่งในโลก

               

 

กลายเป็นความยากที่มาพร้อมความเสียดายที่ต้องเลือกเรื่องที่น่าอ่านน่าเล่าสู่กันฟังเพียงเรื่องเดียวในดินแดนไอยคุปต์มาเสนอคุณผู้อ่านผ่านคอลัมน์ Check History เลยตั้งใจเลือกเรื่องที่อยู่ในความสนใจและคุ้นเคยกันอยู่แล้วพอสมควรมาเล่า เพราะอย่างน้อยๆ หากเอ่ยพระนาม “ตุตันคามุน” (Tutankhamun) เราเชื่อว่าใครๆ ก็รู้จัก และต่อให้รู้จักน้อยแต่ก็ต้องคุ้นพระนามนี้กันอยู่บ้างไม่ว่าจะเรียกเป็น “ตุตันคาเมน” หรือจะออกเสียงให้ถูกต้องเป็น ทุตอังอามุน”  ก็ถือว่าคือฟาโรห์พระองค์เดียวกันที่มีพระนามโด่งดังหนึ่งในโลก

ก่อนหน้านี้เกือบร้อยปีกลับมีเพียงไม่กี่คนที่รู้จักฟาโรห์พระองค์นี้ แต่หลังจากคณะสำรวจที่นำโดยนักโบราณคดี “โฮเวิร์ด คาร์เตอร์” (Howard Carter) และเจ้าของงบประมาณการดำเนินงาน “ลอร์ด คาร์นาร์วอน” (Lord Carnarvon) ขุดพบสุสานตุตันคามุนเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 1922 นับแต่นั้นการหลับไหลชั่วนิรันดร์ของฟาโรห์พระองค์นี้ตั้งแต่เมื่อกว่า 3,300 ปีก่อนก็ไม่สงบสุขอีกต่อไป แต่ก็เป็นการเปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้ชาวโลกได้ประจักษ์

ครั้งนั้นโฮเวิร์ด คาร์เตอร์และลอร์ด คาร์นาร์วอนร่วมกันลุยขุดค้นโดยว่าจ้างคนงานพื้นเมืองชาวอียิปต์เข้าร่วมภารกิจนี้ตั้งแต่ปี 1916 ในบริเวณหุบผากษัตริย์เมืองลักซอร์ แต่ก็เป็นการขุดค้นที่คาดหวังผลได้ยาก เพราะนี่คือการสำรวจภายใต้ข้อสันนิษฐานว่า “อาจจะ” และ “อาจมีอยู่ที่นี่” แนวการขุดเลาะเรื่อยเข้าไปในหุบเขาภายใต้ความน่าจะเป็นว่าพื้นที่นี้ต้องมีสุสานตุตันคามุน ส่วนจะอยู่มุมไหนนั้นราวกับคณะสำรวจจะรอสวรรค์เป็นผู้ชี้ทาง แต่สิ่งที่แน่วแน่กว่าอะไรทั้งหมดมีเพียงสิ่งเดียวนั่นคือมุ่งมั่นอย่างมากมายของโฮเวิร์ด คาร์เตอร์

แต่แล้วเมื่อผ่านระยะเวลามาได้ 6 ปีคณะสำรวจก็ได้เฮเมื่อขุดพบบันไดทอดยาวพาคณะสำรวจเดินลงลึกเรื่อยลงไปจนพบเข้ากับประตูบานใหญ่ปิดสนิทอีก 2 บาน และบนประตูบานสุดท้ายก็ปรากฏสิ่งที่โฮเวิร์ด คาร์เตอร์และลอร์ด คาร์นาร์วอนเฝ้ารอมาตลอด นั่นคือ “พระราชลัญจกรแห่งตุตันคาเมน” ประทับอยู่ชัดเจน บ่งบอกได้ว่าหลังประตูบานนี้มีสิ่งใดซ่อนอยู่ และจะบอกเล่าถึงฟาโรห์ผู้ที่มีพระชนม์ชีพอยู่ในช่วง 1333-1324 ปีก่อนคริสต์ศักราชพระองค์นี้ได้เป็นอย่างดี

และเมื่อประตูเปิดออก คณะนักสำรวจก็ได้พบกับห้องเก็บพระศพ โลงพระศพทองคำที่ซ้อนกันถึง 3 ชั้น หน้ากากทองคำบริสุทธิ์ สมบัติล้ำค่ามากมาย และที่อลังการที่สุดสำหรับหัวใจผู้ค้นหาก็คือการได้พบมัมมี่ที่สมบูรณ์แบบของตุตันคามุนซึ่งต่อมาได้กลายเป็นข้อสันนิษฐานด้านประวัติศาสตร์อีกมากมาย โดยเฉพาะการค้นหาปริศนาต่างๆ ของฟาโรห์พระองค์นี้ที่ทรงครองราชย์ตั้งแต่พระชนม์มายุเพียงแค่ 10 ชันษา และก็สวรรคตในวัยหนุ่มด้วยวัยยังไม่ถึง 20 พรรษา และเป็นการสวรรคตแบบปัจจุบันทันด่วนเสียด้วย

จุดหนึ่งที่ทำให้เกิดข้อสันนิษฐานในเรื่องการสวรรคตกะทันหันก็คือการพิจารณาผ้าพันพระศพที่เป็นไปอย่างไม่ประณีตนัก เกิดเป็นการไขปริศนาต่อยอดไปอีกว่าพระองค์สวรรคตด้วยสาเหตุใด และเหตุใดมัมมี่ของพระองค์จึงมีรอยร้าวบริเวณกะโหลกท้ายทอย มีกระดูกขาหัก นักโบราณคดีจึงสันนิษฐานว่าสาเหตุการสวรรคตกะทันหันเช่นนี้น่าจะเกิดจากอุบัติเหตุทรงตกจากรถม้า เรื่อยมาจนถึงการสันนิษฐานว่าอาจทรงถูกลอบปลงพระชนม์ด้วยการฟาดของแข็งเข้าเต็มแรง ไปจนถึงข้อสันนิษฐานที่ว่าแผนการลอบปลงพระชนม์อาจเป็นฝีมือของเสนาบดีผู้สำเร็จราชการแทนและนายพลผู้ใกล้ชิด

ความโด่งดังของการเป็นหนึ่งในฟาโรห์แห่งอียิปต์โบราณของตุตันคามุนไม่ได้อยู่ที่พระอัจฉริยภาพในการปกครองหรือนำพาอียิปต์ไปสู่ความรุ่งเรืองเพราะทรงมีช่วงเวลาครองแผ่นดินอียิปต์เพียง 10 ปีและก็ยังทรงพระเยาว์เสียขนาดนั้น แต่ที่ทำให้ชาวโลกรู้จักก็เป็นเพราะสุสานและมัมมี่ของพระองค์นั้นอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์มาก และก็ไม่ได้ถูกโจรลักลอบขุดหาสมบัติไปขายจนแทบหมดสิ้นเหมือนสุสานฟาโรห์พระองค์อื่นๆ

จากนั้นข่าวคราวความคืบหน้าในการค้นคว้าหาความจริงเกี่ยวกับตุตันคามุนก็มีมาเรื่อยๆ และพัฒนาไปพร้อมกับเทคโนโลยีที่มีมากขึ้น เป็นที่มาให้การค้นหาความจริงในชิ้นส่วนของมัมมี่เริ่มลงลึกในรายละเอียด คือมีการตรวจกระดูกส่วนต่างๆ ตรวจ DNA ไปจนถึงการถ่ายภาพซีทีสแกนเพื่อค้นหาพระพักตร์ที่แท้จริงของฟาโรห์หนุ่มน้อย สุดท้ายสิ่งที่เคยเป็นปริศนาก็ค่อยๆ ถูกเปิดเผยออกมา ทั้งยังพบว่าแท้จริงแล้วตุตันคามุนทรงมีพระวรกายไม่แข็งแรงนัก ประชวรบ่อย มีพระบาทข้างหนึ่งผิดรูป ซึ่งทั้งหมดน่าจะเกิดจากกรรมพันธุ์จากประเพณีการสมรสกันเองในหมู่พี่น้องเครือญาติราชวงศ์เลือดชิด โดยเฉพาะพระบิดาและพระมารดาของพระองค์ก็ทรงเป็นพี่น้องท้องเดียวกันด้วย

และที่สำคัญมากชนิดเปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์เลยก็คือผลจากการวิเคราะห์เชิงลึกพบว่าตุตันคามุนสวรรคตด้วยไข้มาลาเรีย ไม่ได้ทรงถูกลอบปลงพระชนม์อย่างที่เคยสันนิษฐานกัน ส่วนที่มีชิ้นส่วนกระดูกแตกหักนั้นคาดว่าอาจทรงอ่อนแอในช่วงเป็นไข้มาลาเรียจนถึงกับต้องใช้ไม้เท้าช่วงพยุงพระวรกายและพลาดจนเกิดอุบัติเหตุหกล้ม และการเฉลยปริศนาเหล่านี้ก็มีการจัดแถลงข่าวอย่างเป็นทางการที่พิพิธภัณฑ์อียิปต์กรุงไคโรเพื่อเป็นการสรุปถึงข้อสันนิษฐานทั้งหมดที่เคยมีมา โดยเฉพาะในเรื่องที่เคยเชื่อกันว่าตุตันคามุนถูกลอบปลงพระชนม์นั้นเลิกคิดไปได้เลย

ในขณะเดียวกันการพบมัมมี่ของทารกอีก 2 ร่างในสุสานตุตันคามุนก็พิสูจน์พบจากการตรวจ DNA ว่ามีความเกี่ยวเนื่องกันทางสายพระโลหิตซึ่งน่าจะเป็นองค์ทายาทที่เกิดจาก “พระนางอัคเซนปาอามุน” (Ankhsenpaamon) ชายาแห่งตุตันคามุน  ส่วนมัมมี่อื่นๆ ที่ขุดพบเพิ่มเติมในสุสานก็อยู่ในกลุ่มเครือญาติ โดยเฉพาะมัมมี่สตรีปริศนาที่เคยขุดพบก่อนหน้านั้นราวปี 1898 ก็มาได้รับการยืนยันจากนักโบราณคดีชาวฝรั่งเศสภายหลังว่าน่าจะเป็นพระมารดาของตุตันคามุนนั่นเอง ลบล้างการสันนิษฐานเดิมไปได้อีกข้อที่ว่าตุตันคามุนคือโอรสของพระนางเนเฟอร์ตีติ (Queen Nefertiti) นางผู้งามเลิศแห่งแผ่นดินไอยคุปต์

เป็นอันสรุปข้อสงสัยทั้งหลายทั้งปวง คนขี้สงสัยทั้งหลายที่เฝ้าตามเรื่องนี้มาตลอดต่างก็นอนหลับฝันดีกันได้แล้ว และเราก็หวังว่าเนื้อหาสองหน้ากระดาษที่เล่ามานี้คงทำให้คุณผู้อ่านรู้จักฟาโรห์พระองค์นี้ได้มากขึ้น แต่อย่างไรก็ตามการค้นคว้าก็ใช่จะจบเพียงแค่นี้ ในอนาคตเราอาจได้ทราบข้อมูลแปลกใหม่จากนักโบราณคดีเพิ่มขึ้นก็เป็นได้ ส่วนจะถึงขั้นพลิกหน้าประวัติศาสตร์อีกหรือไม่อันนี้ต้องรอชมรอฟังไปพร้อมกัน

 

ติดตามเรื่องราวและสถานที่เที่ยวไฮไลท์ ประเทศอียิปต์ ได้ที่ Checktour Magazine : issue 65 April 2016  สั่งซื้อพร้อมจัดส่งได้ในราคา 90 บาท เบอร์ติดต่อ : 0-2378-1411

                                                                ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑

11 พฤษภาคม 2560

ผู้ชม 6983 ครั้ง