ดูบทความระวังฆาตรกรเบอร์ 1 NCDs

ระวังฆาตรกรเบอร์ 1 NCDs

หมวดหมู่: KNOWLEDGE

ระวังฆาตรกรเบอร์ 1 NCDs

 

ยุคนี้หากพูดถึงเรื่องโรคภัยไข้เจ็บของเหล่ามนุษย์เงินเดือนหรือพนักงานออฟฟิศทั้งหลายนั้น ขอบเขตอาจไม่ได้มีอยู่เฉพาะแค่โรค “ออฟฟิศซินโดรม” อีกต่อไป อาการปวดหลัง ปวดต้นคอหรือโรคเกี่ยวกับหมอนรองกระดูกสันหลังจากออฟฟิศซินโดรมยังน่ากลัวน้อยไปสำหรับผู้ที่นิยมนั่งทำงานอย่างบ้าคลั่งทั้งวี่วันจนละเลยการดูแลตัวเอง เพราะที่มากกว่านั้นคือพฤติกรรมนี้กำลังนำมาซึ่งโรคร้ายที่เรียกกันว่าโรค “NCDs” และเรากำลังจะพูดถึงในย่อหน้าถัดไป

           โรค NCDs คืออะไร

              ตัวอักษร NCDs ย่อมาจากคำว่า “Non-Communicable Diseases” แปลเป็นภาษาไทยได้ว่า “กลุ่มโรคติดต่อที่ไม่ติดต่อ” ฟังชื่อดูเหมือนธรรมดาแต่จริงๆ แล้วไม่ธรรมดาเลย เพราะแต่ละโรคที่อยู่ในกลุ่มนี้ล้วนแต่เป็นโรคร้ายทั้งสิ้น และแน่นอนว่าโรคเหล่านี้เกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งมักจะแวะมาเยี่ยมเยียนคนทำงานในยุคปัจจุบันที่มีพฤติกรรมนั่งทำงานติดกับเก้าอี้ในแต่ละวันนานเกินไปแถมยังนั่งไม่ถูกท่า ไม่มีสมดุลในการใช้ชีวิต ไม่ใส่ใจเรื่องอาหารการกิน อดหลับอดนอน และไม่ออกกำลังกายเลย

              กลุ่มโรคเหล่านี้ไม่ติดต่อ เพราะไม่ได้เกิดจากเชื้อโรค เพราะฉะนั้นผู้ที่เป็นแล้วย่อมไม่แพร่เชื้อถึงผู้อื่น แต่ต้องทำใจล่วงหน้าว่าเมื่อเป็นแล้วจะเกิดการเรื้อรัง อาจรักษาไม่หายหรือหายช้า มีระยะเวลาการดำเนินของโรคอย่างช้าๆ จนค่อยๆ มากขึ้นเป็นลำดับ ถือเป็นโรคที่ทำให้เจ็บป่วยแบบยาวนาน และดีไม่ดีอาจทำให้ถึงแก่ชีวิตได้ง่ายๆ ยิ่งในเมืองไทยแล้วพบว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมาโรคในกลุ่ม NCDs เป็นสาเหตุการเสียชีวิตของประชาชนมากถึงปีละกว่า 300,000 คนทีเดียว

           โรคในกลุ่ม NCDs มีอะไรบ้าง

              โรคในกลุ่ม NCDs มักแบ่งเป็น 4 กลุ่มใหญ่ ได้แก่

  1. 1. กลุ่มโรคระบบหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งรวมถึงโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมอง
  2. 2. กลุ่มโรคระบบทางเดินหายใจเรื้อรัง ซึ่งรวมถึงโรคปอดเรื้อรังและโรคหอบหืด

              3.กลุ่มโรคเบาหวาน

              4.กลุ่มโรคมะเร็ง          

              และหากแยกออกเป็นชนิดโรคก็จะเห็นภาพได้ง่ายขึ้นว่าโรคในกลุ่ม NCDs จะได้แก่ โรคความดันโลหิตสูง โรคถุงลมโป่งพอง โรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ โรคมะเร็ง โรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคในกลุ่ม NCDs นี้เป็นสาเหตุหลักให้ประชาชนเสียชีวิตก่อนวัยอันควร หรือหากยังไม่ถึงแก่ชีวิตก็จะมีผลให้เกิดการลดถอยสมรรถภาพในการทำงานประกอบอาชีพ แถมยังต้องล้มหมอนนอนเสื่ออยู่โรงพยาบาลเป็นเวลายาวนาน เจ็บปวดทุกข์ทรมานกันไม่ใช่น้อย

              โดยหลักแล้วโรคในกลุ่ม NCDs มักเกิดจากเรื่องของพฤติกรรมการใช้ชีวิตเป็นส่วนใหญ่ เช่น การสูบบุหรี่ ดื่มเหล้า นอนดึกจนถึงนอนเกือบฟ้าสว่าง ชอบสะสมความเครียดจากการทำงานไว้เป็นประจำ กินอาหารไม่ตรงเวลา นิยมกินอาหารตามใจชอบ โดยเฉพาะอาหารปิ้งย่างและอาหารที่มีรสจัดทั้งเปรี้ยว หวาน มัน เค็มที่แม้จะอร่อยลิ้นแต่ระบบภายในร่างกายทั้งตับไตหัวใจลำไส้ปอดม้ามไม่ชอบแน่นอน รวมทั้งขี้เกียจออกกำลังกายภายใต้ข้ออ้างที่ว่าไม่มีเวลา เหล่านี้เรียกว่าเป็นพฤติกรรมที่ทำร้ายตัวเองแทบทั้งสิ้น

              อย่างไรก็ตามโรคในกลุ่ม NCDs ก็อาจจะเกิดได้จากพันธุกรรม การเสื่อมสภาพของเซลล์ตามวัย การเสื่อมสมรรถภาพของระบบเผาผลาญอาหาร ไปจนถึงการทำงานในแหล่งที่มีมลพิษ มากมายไปด้วยฝุ่น หรือต้องอยู่กลางแจ้งตากแดดในแต่ละวันเป็นเวลานานๆ

           ป้องกันและแก้ไขอย่างไรดี

              วิธีการแก้ไขโรคที่เกิดจากพฤติกรรมจำเป็นต้องแก้ไขที่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมซึ่งถือเป็นหนทางที่ดีที่สุด การปรับพฤติกรรมของชีวิตให้สมดุลจะช่วยได้มากในการป้องกันไปจนถึงลดความเสี่ยงไม่ให้โรคเกิดขึ้นก่อนแล้วค่อยตามรักษา ซึ่งยากกว่ากันเยอะ แนวทางการป้องกันแบบง่ายๆ มีดังนี้

  1. เข้านอนตั้งแต่หัวค่ำเพื่อให้ตื่นนอนตอนเช้า ซึ่งจะมีผลต่อการกินอาหารเช้าและขับถ่ายตรงเวลา การนอนหลับอย่างเพียงพอวันละ 8 ชั่วโมงช่วยให้ร่างกายพร้อมทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ
  2. ใส่ใจเรื่องอาหารที่กินในแต่ละมื้อ หากเป็นไปได้ควรเว้นอาหารฟาสต์ฟู้ด เว้นอาหารทอดด้วยน้ำมัน เว้นอาหารรสจัด เว้นอาหารหวานจัด เว้นอาหารหมักดอง และเน้นกินผักผลไม้ให้ได้ทุกมื้อ
  3. ลด ละ เลิกเหล้า บุหรี่ หากงดชากาแฟได้จะยิ่งดี พร้อมทั้งออกกำลังกายให้ได้สัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง ครั้งละไม่ต่ำกว่า 30 นาที
  4. ดื่มน้ำสะอาดในปริมาณที่มากพอในแต่ละวัน ตามมาตรฐานทั่วไปคือวันละ 8 แก้วเพื่อช่วยให้ระบบต่างๆ ในร่างกายได้ไหลเวียนอย่างสมบูรณ์
  5. 5. ไม่นั่งทำงานนานเกินไป พยายามเปลี่ยนอิริยาบทอย่างสม่ำเสมอ และท่องไว้ว่าอย่าเครียด เพราะความเครียดถือเป็นสาเหตุนำพาให้เกิดโรคได้อีกทางหนึ่ง

              เพียงแค่หมั่นดูแลสุขภาพตัวเองและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตก็สามารถทำให้หนีห่างจากโรคร้ายต่างๆ ได้มาก เพราะแน่ชัดว่าการป้องกันโรคย่อมดีกว่าการรักษาโรคอยู่แล้ว

                                                               ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑

11 พฤษภาคม 2560

ผู้ชม 3422 ครั้ง