ดูบทความเรื่องเหลวไหล

เรื่องเหลวไหล

หมวดหมู่: KNOWLEDGE

เรื่องเหลวไหล

 

โปรดทราบ เนื้อหาที่ท่านกำลังอ่านต่อไปนี้ เกี่ยวข้องกับความไม่เป็นชิ้นเป็นอันและความเลอะเทอะ ที่มีสาระที่สุด

ที่ต้องออกตัวแบบนี้  ก็เพราะเราไม่อยากให้คุณพลาดเรื่องเด็ดประจำเดือนไป เนื่องจาก Check Heath ฉบับนี้ จะพูดถึงปัญหา ระดับโลกที่พบบ่อยที่สุด สำหรับคนเดินทางท่องเที่ยว นั่นคือ โรคท้องเสีย (Traveler’s Diarrhea) โดยทางการแพทย์ให้คำนิยามว่า “เป็นการถ่ายอุจจาระเหลวที่เกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยว โดยมีการถ่ายมากกว่า 3 ครั้งใน 1 วัน”

สาเหตุส่วนใหญ่ของโรคนี้เกิดจากการติดเชื้อ โดยพบว่าเชื้อที่ตกเป็นจำเลยอันดับหนึ่ง คือ เชื้อแบคทีเรีย เพราะมีส่วนร่วมในการก่อเรื่องถึงเกือบ 80%    และเชื้อที่พบว่าเป็นอาชญากรตัวฉกาจก็คือ  Escherichia Coli  (E. coli)  ส่วนที่เหลืออีก 20% เป็นการติดเชื้อไวรัสและจากปรสิตอื่นๆ

การติดเชื้อเกิดจากการกินอาหารที่มีการปนเปื้อนเจ้าเชื้อโรคตัวน้อยเหล่านี้เข้าไป  ซึ่งอาการมักเกิดภายใน ช่วงอาทิตย์แรกของการเดินทาง แต่บางครั้ง  อาจจะใช้เวลานานกว่านั้น  ทั้งนี้ ขึ้นกับระยะฟักตัวของเชื้อโรคแต่ละชนิด เมื่อมีการติดเชื้อ  ระบบทางเดินอาหารจะเกิดการปรวนแปร  การย่อยอาหารทำได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ  การดูดซึมสารอาหารและน้ำก็ไม่ดี  กระบวนการรวมร่างของคุณอุจจาระเกิดความผิดพลาด  จึงมีอันต้องแตกสลายกลายเป็นชิ้นส่วนน้อยใหญ่ปะปนมากับสายน้ำ นอกจากเรื่องถ่ายไม่เป็นก้อนแล้ว ยังมีปัญหาอีกหลายอย่างร่วมด้วย เช่น ไข้ต่ำๆ , ปวดบีบท้อง,  คลื่นไส้อาเจียน ,ท้องอืดเฟ้อ,  เบื่ออาหาร,  อ่อนเพลีย

ความเสี่ยงของการติดเชื้อขึ้นกับความสะอาดของอาหารและน้ำเป็นหลัก  โดยเฉพาะในบางพื้นที่ เช่น อเมริกาใต้, แอฟริกา, ดินแดนตะวันออกกลาง หรือ ในภูมิภาคเอเชียบางพื้นที่ ซึ่งเป็นดินแดนกำลังพัฒนา ความเสี่ยงจะเพิ่มมากขึ้น

สำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องกระเพาะลำไส้อักเสบอยู่ก่อน หรือ มีปัญหาเรื่องภูมิคุ้มกันอ่อนแอ  ก็ถือเป็นความเสี่ยงเช่นกัน

การดูแลตัวเองและคนใกล้ชิดในเรื่องอาหารและน้ำดื่มจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด  

สำหรับเรื่องอาหาร  ควรเลี่ยงอาหารข้างถนน(ถ้าทำได้) แม้เราจะเห็นคนในพื้นที่ต่อแถว รอคิวยาวเหยียด ซึ่งถือเป็นดัชนีชี้วัดความอร่อยอย่างหนึ่ง  แต่คนเหล่านี้เกิดและเติบโตที่นี่  พวกเขาจึงมีการสร้างภูมิคุ้มกันเชื้อโรคอยู่แล้ว  จึงไม่เกิดอาการใดๆ   แต่ถ้าเป็นเราซึ่งยังอ่อนด้อยในเรื่องการต้านพิษ  ขืนไปข้องแวะกับอาหารแปลกๆ   โอกาสจะเจอแจ๊คพ็อตมีได้สูง 

อาหารที่เลือก หากเป็นอาหารสดควรปรุงสุกใหม่ มีการอุ่นให้ร้อน  เลี่ยงอาหารทะเลหรืออาหารสุกๆดิบๆ  นมที่ไม่ผ่านการพาสเจอร์ไรซ์ หากเป็นอาหารสำเร็จรูปก็ควรเป็นชนิดที่ถูกสุขลักษณะ  มีบรรจุภัณฑ์ที่เรียบร้อยมิดชิด  มีการเก็บรักษาที่มีคุณภาพ   ที่สำคัญ อย่าลืมดูวันหมดอายุของสินค้าด้วย

เลี่ยงพวกสลัดผักใบเขียว หรือผลไม้ที่ปอกเรียบร้อยแล้ว เพราะอาจจะได้รับการล้างที่ไม่สะอาด  หากอยากทานจริงๆอาจซื้อมาล้างและปอกกินเอง

เรื่องน้ำดื่ม  ให้เลือกที่บรรจุขวด ปิดฝาเรียบร้อย  หรือเป็นน้ำต้มสุก(เดือดแล้วปล่อยให้เย็น)  เลี่ยงการบริโภคน้ำแข็งข้างทาง เพราะอาจใช้น้ำที่สกปรกมาทำเป็นน้ำแข็งได้

หากจะระวังป้องกันแบบสุดขีด   ตอนแปรงฟันก็ให้ใช้น้ำที่สะอาดไว้ใจได้มาบ้วนปาก  รับรองเชื้อโรคไม่ได้แอ้มเราแน่นอน

สิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามคือ แม้อาหารและน้ำจะสะอาด แต่ถ้ามือเราสกปรก   ปัญหาก็อาจเกิดขึ้นมาได้

ในเรื่องของการใช้ยาเพื่อป้องกัน ก็มีประเด็น  เพราะไม่ได้เหมาะสำหรับทุกคน   ส่วนใหญ่แพทย์จะพิจารณาให้ยาในคนที่มีความเสี่ยงมากกว่าปกติ เช่น ผู้ป่วยที่ภูมิคุ้มกันบกพร่อง, คนที่มีโรคเกี่ยวกับทางเดินอาหารเรื้อรัง, หรือคนที่มีประวัติเดินทางแล้วเกิดการท้องเสียซ้ำๆหลายครั้ง

สำหรับในบางประเทศที่มีความเสี่ยงในการเกิดท้องร่วงขั้นรุนแรง  เช่น อหิวาตกโรค ก็อาจขอรับวัคซีนก่อนการเดินทางเพื่อลดความเสี่ยง  เป็นการล้อมคอกก่อนวัวหาย

โดยทั่วไปอาการท้องเสียจะดีขึ้นได้เองใน 3-5 วัน การดูแลตัวเองเบื้องต้นยังคงเน้นไปที่เรื่องอาหารและน้ำดื่ม

อาหารที่กินในช่วงเจ็บป่วย ควรเป็นของอ่อนๆ  ย่อยง่าย รสไม่จัด เพื่อลดการทำงานของกระเพาะและลำไส้

ให้ดื่มน้ำสะอาดมากๆ  ใช้หลักการที่ว่า เสียน้ำไปเท่าไหร่ ต้องทดแทนส่วนที่พร่องให้เพียงพอ

นอกจากนี้ การที่เราต้องสูญเสียเกลือแร่บางส่วนไปกับของเสีย  ทำให้การทดแทนเกลือแร่มีความจำเป็น  หากมีการการเตรียมผงเกลือแร่ชนิดซอง ไปด้วยจะเป็นเรื่องที่ดีมาก

การใช้ยารักษา จะให้ตามอาการ  เช่น ยาลดการบีบเกร็งของลำไส้,  ยาลดการอาเจียน,  ยาลดไข้  ยาเหล่านี้จะช่วยให้เราสามารถประคับประคองชีวิตน้อยๆของเราให้ปลอดภัยในต่างแดนได้

ยาแก้อักเสบฆ่าเชื้อ ก็มีความส่วนสำคัญ  โดยเราจะให้ในคนที่สงสัยว่ามีการติดเชื้อแบคทีเรีย ยาที่ให้ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่ม Quinolone  เป็นต้น

การกินยาหยุดถ่าย เป็นอีกประเด็นที่พูดถึงกันบ่อย ต้องบอกว่า ถ้าไม่แย่จริงๆ ก็ให้เลี่ยง เพราะ การถ่ายออกมาเป็นการขับของเสีย หากเรากินยาหยุดถ่าย เท่ากับเป็นการกักเก็บความทุกข์ไว้ในตัว

(สำหรับเรื่องยา แนะนำให้ไปปรึกษาแพทย์ เพื่อการเตรียมตัวที่เหมาะสม และป้องกันการแพ้ยา ซึ่งเป็นสิ่งไม่พึงประสงค์)

การพักผ่อนควรทำอย่างเต็มที่  อย่าฝืนทำกิจกรรมอื่นๆที่ไม่จำเป็น  การกระโดดโลดเต้นอาจทำให้เกิดการเหลวไหลกลางอากาศได้

หากอาการไม่ดีขึ้น   ไข้สูงมากขึ้น ถ่ายไม่หยุด อุจจาระมีมูกเลือดปน  อ่อนเพลียมาก ทานอาหารไม่ได้  แนะนำให้ไปพบแพทย์จะปลอดภัยที่สุด  

เราต้องพยายามป้องกันอย่าให้ตัวเองป่วย เพราะนอกจากร่างกายจะทรุดโทรมแล้ว   การถ่ายไปเที่ยวไป ถือเป็นความลำบากระดับห้าดาวทีเดียว  อีกทั้งในบางพื้นที่ ห้องน้ำก็หายากเสียเหลือเกิน ยิ่งไปเจอห้องน้ำระดับตำนานชนิดเหนือโลกแบบที่อินเดียหรือเมืองจีน  รับรองระดับความยากจะเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว  ถึงตอนนั้น แม้ปวด…ใจจะขาดแต่ก็คงต้องฝืนเก็บงำความลับมิให้รั่วไหลออกมา และจากเหตุการณ์ทั้งหมดทั้งมวลนี้ ก็จะไปทำให้ เพื่อนร่วมทางของเรา  ต้องคอยหยุด, ลุ้น, และเชียร์อยู่ตลอดเวลา ทำให้จังหวะการเดินทางสะดุดได้

เห็นมั้ยครับ เรื่องเหลวไหลก็ใช่ว่าจะเหลวไหล  มันมีประเด็นที่ต้องเรียนรู้  อย่าให้ความเหลวไหลส่วนตัวเล็ดลอดออกมามากเกินไป   เพราะมันอาจทำให้คนอื่นลำบากได้โดยที่เราไม่ตั้งใจ   

11 พฤษภาคม 2560

ผู้ชม 3114 ครั้ง