ดูบทความกระดูกสันหลังจ๋า...ฉันจะดูแลเธอ

กระดูกสันหลังจ๋า...ฉันจะดูแลเธอ

หมวดหมู่: KNOWLEDGE

กระดูกสันหลังจ๋า...ฉันจะดูแลเธอ

 

ลองคิดกันดูเล่นๆ ว่าถ้ามนุษย์เราไม่มีกระดูก ร่างกายก็คงจะอ่อนปวกเปียกจนลุกยืน ก้าวเดิน ย่อตัวนั่ง และล้มตัวนอนแทบไม่ได้ กระดูกจึงเป็นส่วนประกอบสำคัญอย่างมากสำหรับการเคลื่อนไหวในแต่ละอิริยาบท และยิ่งถ้าพูดถึง “กระดูกสันหลัง” ก็ไม่ต้องบรรยายให้มากความถึงหน้าที่หลักและความสำคัญที่มีต่อชีวิตมนุษย์ตั้งแต่เกิดจนตาย

แต่ถึงจะซาบซึ้งในคุณประโยชน์ของกระดูกสันหลังมากแค่ไหน แต่จะมีมนุษย์สักกี่คนที่ให้ความสำคัญ ทะนุถนอมและดูแลเอาใจใส่กระดูกสันหลังให้เท่าเทียมกับการใช้ประโยชน์ หลายคนนอกจากไม่ดูแลแล้วก็ยังจะทำร้ายทำลายกระดูกสันหลังทั้งทางตรงและทางอ้อมอยู่เรื่อย จนเมื่อเกิดอาการปวดหลังปวดเอวถึงจะโอดโอยไปสาธยายอาการให้แพทย์ฟัง ซึ่งหากรักษาได้ก็ถือว่าโชคดีไป แต่ถ้าอาการลุกลามย่ำแย่เกินเยียวยาก็เห็นทีจะต้องล้มหมอนนอนเสื่อ กระทั่งต้องถอยวีลแชร์ป้ายแดงออกมาขับซึ่งก็มีให้เห็นเป็นตัวอย่างมาแล้วมากมาย

 

ส่วนพฤติกรรมที่เป็นการทำร้ายกระดูกสันหลังอย่างไม่น่าให้อภัยนั้น เช่น

- เล่นกีฬาผาดโผน หรือเล่นกีฬาที่ต้องออกแรงมาก ต้องกระโดดหรือมีการกระแทกรุนแรง

- ใส่รองเท้าส้นสูงเป็นเวลานานในแต่ละวันโดยไม่มีระยะพักขา

- ยกของหนักเสมอแบบไม่บันยะบันยัง รวมถึงแบกหามสิ่งของหนักๆ ไว้บนบ่าและไหล่นานๆ

- มักยืนทิ้งน้ำหนักไว้บนขาข้างเดียว

- นั่งกอดอก นั่งหลังค่อม นั่งไขว่ห้างหรือนั่งหลังแอ่นเป็นเวลานานโดยไม่ขยับเปลี่ยนท่า

- นอนหงายโดยไม่มีหมอนรองใต้เข่า นอนคุดคู้หรือนอนตะแคงโดยไม่มีหมอนหนุนขาด้านบน

เหล่านี้มีผลต่อกระดูกสันหลังทั้งสิ้น และผลที่ว่านี้ก็จะแสดงออกมาในรูปแบบต่างๆ ตามอาการมากน้อย เช่น ปวดหลัง ปวดก้นกบ ลามไปปวดถึงต้นคอ หัวไหล่ สะบัก ซึ่งอาการแค่เบาะๆ เหล่านี้อาจจะทำให้ชะล่าใจได้ กว่าจะรู้ตัวก็ถึงขั้นปวดอย่างหนัก หรือเริ่มลามจากต้นคอไปยังแขน ลามจากหลังลงไปยังขา โชคร้ายกว่านั้นก็อาจได้รับคำตอบจากแพทย์ว่าถึงขั้นกระดูกสันหลังเสื่อม กระดูกสันหลังเคลื่อน กระดูกสันหลังผิดรูป และที่ฮิตกว่าอะไรทั้งหมดก็คือหมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นประสาท คราวนี้เรื่องใหญ่แน่

โรคพวกนี้เกิดขึ้นได้กับคนทุกวัย ไม่ใช่แค่เพียงกับผู้สูงอายุเท่านั้น โดยเฉพาะที่พบในปัจจุบันคือกลุ่มพนักงานออฟฟิศที่ต้องนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ตลอดทั้งวันโดยไม่เปลี่ยนอิริยาบท จนพาให้เรียกอาการเหล่านี้ว่าเป็นหนึ่งในโรคออฟฟิศซินโดรม ขั้นต้นผู้มีอาการเหล่านี้มักจะแก้ไขเฉพาะหน้าด้วยการนวดบำบัดหรือนวดแผนโบราณด้วยคิดว่าอาจจะเกิดจากอาการปวดเมื่อยธรรมดา แต่หากอาการถึงขั้นรุนแรง การนวดก็อาจไม่ได้ช่วยอะไรมากนัก

อาการที่เกิดกับกระดูกสันหลังจนทำให้เกิดการปวดหรือเริ่มมีอาการชาตามแขนขา แนวทางการรักษาของแพทย์จะไต่ระดับจากการให้ผู้ป่วยทำกายภาพบำบัด ประคบร้อนเย็น นวดด้วยรังสีความถี่สั้น ใช้เครื่องกระตุ้นปลายประสาทด้วยไฟฟ้า รวมทั้งการฝังเข็มสลายจุดปวดตามศาสตร์การแพทย์แผนจีน มากกว่านั้นเห็นทีต้องเข้ารับการผ่าตัดเปลี่ยนหมอนรองกระดูกกันเลยทีเดียว

เพราะฉะนั้นกันไว้ดีกว่าแก้ ควรดูแลกระดูกสันหลังให้ดีก่อนจะมีปัญหาใดๆ เกิดขึ้น และต่อไปนี้คือคำแนะนำสำหรับการแสดงความรักต่อกระดูกสันหลังของคุณและควรทำอย่างที่สุด

  1. ปรับรูปแบบการนอน เปลี่ยนให้ตัวเองเคยชินกันการนอนหงายซึ่งเป็นท่านอนที่ดีและถูกต้องมากที่สุด หนุนหมอนที่ไม่สูงไม่ต่ำจนเกินไปและสามารถรองรับต้นคอได้พอดี รวมทั้งควรมีหมอนข้างหรือม้วนผ้าที่พอหาได้สอดไว้ใต้ขาพับเพื่อช่วยให้กระดูกสันหลังไม่แอ่นขึ้น
  2. 2. จำไว้เสมอว่าหากจำเป็นต้องยกของหนักให้ย่อเข่าลงใช้มือยกสิ่งของนั้นพร้อมกับค่อยๆ ยืดตัวขึ้นจนเป็นท่ายืนตัวตรง ไม่ควรก้มเฉพาะลำตัวส่วนบนแล้วยกสิ่งของขึ้นมา
  3. ปรับท่านั่งให้ถูกทางด้วยการนั่งเก้าอี้ที่มีพนักพิงหลัง โดยเฉพาะมีส่วนรอบรับช่วงบั้นเอวเพื่อไม่ให้เผลอนั่งก้ม และเก้าอี้ที่นั่งควรมีพนักพิงและมีความสูงพอที่จะให้เท้าของผู้นั่งสามารถวางบนพื้นได้เต็มเท้า
  4. ระมัดระวังการเล่นกีฬาผาดโผนที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้มาก เพราะอุบัติเหตุจากการเล่นกีฬาที่กระทบกระเทือนถึงกระดูกสันหลังอาจมีผลถึงขั้นเดินไม่ได้อีกเลย
  5. ไม่เผลอนั่งท่าเดิมนานเกินไป ควรเปลี่ยนอิริยาบทและยืดร่างกายแขนขาเพื่อคลายกล้ามเนื้อที่อ่อนล้าบ้างโดยเฉพาะการนั่งทำงานหรือเล่นเกมคอมพิวเตอร์นานๆ

อวัยวะต่างๆ ของมนุษย์หากได้รับการดูแลอย่างดี รับรองว่าจะมีอายุการใช้งานยาวนาน ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บมาเบียดเบียนแน่นอน เพราะเชื่อเถอะว่า

“ป้องกัน” ดีกว่า “รักษา” เป็นไหนๆ

 

๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑

11 พฤษภาคม 2560

ผู้ชม 1699 ครั้ง