มากินถั่วดำกันเถอะ

หมวดหมู่: KNOWLEDGE

มากินถั่วดำกันเถอะ

 

           ขออภัยล่วงหน้าหากชื่อคอลัมน์ Check Health ฉบับนี้จะทำให้คุณผู้อ่านท่านใดท่านหนึ่งรู้สึกเขินอายหรือตะขิดตะขวงใจไม่กล้าอ่านต่อ ขอบอกให้ทิ้งทุกความรู้สึกลงให้หมดแล้วตั้งอกตั้งใจอ่านคอลัมน์นี้เสียดีๆ เพราะนี่คือช่วงเวลาแห่งการนำพาสุขภาพของคุณผู้อ่านให้ดีวันดีคืนด้วยการแนะนำธัญพืชแสนอร่อยและมีประโยชน์มากมายที่มีชื่อว่า “ถั่วดำ” นั่นเอง

              ถั่วดำเป็นถั่วอีกชนิดหนึ่งที่คนไทยนิยมนำไปทำเป็นอาหารอย่างแพร่หลาย แต่ที่เราคุ้นหน้าคุ้นตาก็คือการเป็นขนมหวาน ซึ่งอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่หลายคนหลีกเลี่ยงเนื่องจากกลัวน้ำตาลและกลัวอ้วน แต่ความเป็นจริงถั่วดำถือเป็นธัญพืชวิเศษสุดเนื่องจากมีสารฟลาโวนอยด์และแอนโทไซยานินส์ในปริมาณมากพอๆ กับแอปเปิลที่มีประสิทธิภาพล้างพิษในร่างกายได้ดีเลิศ

นอกจากนี้สารเจนิสตินในถั่วดำยังช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวาน มะเร็งลำไส้ มะเร็งปอดและมะเร็งกระเพาะอาหารได้อย่างยอดเยี่ยม เพราะช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตผิดปกติของเซลล์นั่นเอง อีกทั้งใยอาหารในถั่วดำยังมีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคความดันโลหิตสูง และเพราะถั่วดำมีวิตามินอีรวมทั้งโปตัสเซียมในปริมาณมากก็จะยิ่งเป็นตัวช่วยลดโคเลสเตอรอลและขยายเส้นเลือดให้กว้างมากขึ้น

ยังไม่หมด เพราะสารพันสารอาหารในถั่วดำอย่างแคลเซียมจะช่วยให้เส้นเลือดมีความยืดหยุ่นมากขึ้น มีกรดโฟลิกและเบต้าแคโรทีนที่ช่วยป้องกันโรคโลหิตจาง โรคหัวใจ และมีคอลลาเจนที่ช่วยในเรื่องผิวพรรณ เพิ่มความชุ่มชื่นของผิวหน้าให้สวยใสไร้ริ้วรอย และในถั่วดำมีสารเลซิตินที่จะช่วยบำรุงสมอง ป้องกันโรคอัลไซเมอร์ในผู้สูงอายุ  

อีกมุมหนึ่งของความโดดเด่นของถั่วดำก็คือ การถูกจัดให้เป็นอาหารสำหรับการลดน้ำหนักที่ช่วยให้อยู่ท้องและอิ่มนาน ซึ่งเมนูจากถั่วดำสำหรับการลดน้ำหนักนั้นมีแพร่หลายอยู่ในสื่อทั่วไปซึ่งสามารถนำไปทำกินกันเองที่บ้านได้ง่ายๆ นั่นคือ สมูทตี้นมถั่วดำ

ส่วนผสม

  1. ถั่วดำ 300 กรัม
  2. นมพร่องมันเนย 1 กล่อง
  3. น้ำเปล่า 1 แก้ว

นำทั้งสามมาปั่นรวมกันแล้วดื่มได้ตามต้องการ ยิ่งผู้ที่ควบคุมน้ำหนักและงดอาหารเย็น ปั่นเมนูตัวนี้ดื่มรอบค่ำรับรองเวิร์ก

ประโยชน์ในถั่วดำมีมากมายเกินคาด และส่วนใหญ่เชื่อถือได้เนื่องจากผ่านการวิจัยจากนักวิชาการในหลายประเทศทั่วโลกมาแล้วทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นคุณผู้อ่านอย่าได้รอช้า สรรหาถั่วดำมากินกันได้แล้ว เพื่อสุขภาพที่ดีในระยะยาวของตัวเราเอง

 

๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑

 

 

11 พฤษภาคม 2017

ผู้ชม 662 ครั้ง