ดูบทความจอห์น เอฟ. เคนเนดี

จอห์น เอฟ. เคนเนดี

หมวดหมู่: CHECK HISTORY

ประธานาธิบดีที่อายุน้อยที่สุด

ของสหรัฐอเมริกา

 

                แอบอ่าน Cover Story ดูแล้วยังไม่เห็นว่ากล่าวถึงประธานาธิบดีคนดังอีกท่านของสหรัฐอเมริกา ถ้าจะมองข้ามไปเกรงจะเป็นเรื่องน่าเสียดาย จึงตั้งใจจะนำเรื่องราวของท่านผู้นี้ที่เป็นเจ้าของวาทะอมตะนิรันดร์กาล จงอย่าถามว่าประเทศชาติจะให้อะไรแก่ท่าน แต่จงถามตัวเองว่าท่านจะให้อะไรแก่ประเทศชาติได้บ้าง มาบันทึกไว้ใน Check History  ฉบับนี้

            จอห์น เอฟ. เคนเนดี (John F. Kennedy)

                ก่อนจะมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของประเทศมหาอำนาจ ย้อนไปดูประวัติชีวิตของจอห์น เอฟ. เคนเนดีหรือชื่อจริง “จอห์น ฟิตซ์เจอรัลด์ เคนเนดี” (John Fitzgerald Kennedy) ก็พบว่าเขาเกิดเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 1917 ที่เมืองบรู๊กลิน รัฐแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา ในครอบครัวมหาเศรษฐีชาวคริสต์โรมันคาทอลิก เขาเป็นบุตรคนที่ 2 ของอดีตเอกอัครราชทูตอเมริกันประจำราชสำนักเซนต์เจมส์แห่งอังกฤษนามว่า “โจเซฟ พี. เคนเนดี” (Joseph P. Kennedy) ตัวจอห์น เอฟ. เคนเนดีเองฉายแววความเฉลียวฉลาดมาตั้งแต่สมัยเป็นนักเรียน กระทั่งมาจบการศึกษาวุฒิปริญญาตรีเกียรตินิยม สาขาวิทยาศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เมื่อปี 1940

                แต่หลังจากนั้น 3 ปี จอห์น เอฟ. เคนเนดีต้องเข้ามารับใช้ชาติเป็นนาวิกโยธินในเหตุการณ์สงครามโลกครั้งที่ 2 และก็มีวีรกรรมที่ไม่ธรรมดา เพราะท้ายที่สุดก่อนสงครามสงบไม่นานเขาได้ติดยศเรือโทและโยกย้ายไปประจำการที่หมู่เกาะโซโลมอน ได้รับเหรียญกล้าหาญการันตีความสามารถในฐานะผู้บังคับการเรือลาดตระเวนแห่งกองทัพสหรัฐอเมริกา และได้สมัครเข้าเป็นนักข่าวประจำหนังสือพิมพ์อยู่ระยะหนึ่งก่อนจะเปลี่ยนโชคชะตาตัวเองไปตลอดชีวิตด้วยการเดินเข้าสู่เส้นทางการเมืองระดับประเทศ

                จอห์น เอฟ. เคนเนดีเริ่มต้นอาชีพทางการเมืองด้วยตำแหน่งวุฒิสภาแห่งรัฐแมสซาชูเซตส์ โดยสังกัดพรรคเดโมแครต และได้รับเลือกให้เป็นคู่ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกากับ “ริชาร์ด เอ็ม. นิกสัน” (Richard M. Nixon) จากพรรครีพับลิกัน การขึ้นสู่ตำแหน่งผู้ท้าชิงที่ดูเหมือนจะรวดเร็วแบบก้าวกระโดดของจอห์น เอฟ. เคนเนดีและอายุในขณะนั้นเพียง 43 ปีกลายเป็นจุดด้อยที่ฝั่งตรงข้ามใช้โจมตีว่าเขานั้นอ่อนประสบการณ์ทางการเมืองเสียเหลือเกิน

แต่ข้อกล่าวหาเหล่านี้ไม่ได้ทำให้จอห์น เอฟ. เคนเนดีเสียคะแนนนิยมจากประชาชนที่ต่างก็พากันชื่นชอบในความมั่นใจในตัวเองและความฉะฉานในการเจรจาแถลงนโยบายของตัวเอง ฉะนั้นจึงไม่แปลกใจเมื่อเขาสามารถเอาชนะริชาร์ด เอ็ม. นิกสันได้ และนำตัวเองขึ้นสู่ตำแหน่งประธานาธิบดีคนที่ 35 ของสหรัฐอเมริกาไปในปี 1960 ซึ่งถือเป็นประธานาธิบดีที่อายุน้อยที่สุดในประเทศ กลายเป็นคนหนุ่มไฟแรงที่ถูกจับตามองมากที่สุดในขณะนั้น

ผลงานของจอห์น เอฟ. เคนเนดีในการบริหารและพัฒนาประเทศนั้นมีมากมาย ตัวเขาเองถือเป็นผู้ที่มองโลกในแง่ดี มีพลังมากมายในการทำงาน ให้การสนับสนุนประเทศอย่างแรงกล้าให้ดำเนินแนวทางด้วยประชาธิปไตย และสนับสนุนโครงการส่งมนุษย์ขึ้นไปสำรวจดวงจันทร์ ริเริ่มสนธิสัญญาระหว่างประเทศในการห้ามทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ และอีกมากมาย ส่วนข้อผิดพลาดในวิสัยทัศน์ของเขาก็น่าจะเป็นเรื่องที่ให้การสนับสนุนทางการทหารแก่เวียดนามใต้เพื่อการปราบปรามคอมมิวนิสต์ แต่ก็เป็นชนวนนำไปสู่การเกิดสงครามเวียดนามที่รุนแรงและสูญเสียชีวิตมนุษย์ไปมากมายจากเหตุการณ์ครั้งนี้

                แต่กระนั้นผลงานและความดีของจอห์น เอฟ. เคนเนดีก็ทำให้มีการคาดการณ์ว่าเขาน่าจะได้โอกาสในการเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกาเป็นสมัยที่ 2 แต่สิ่งนั้นก็ไม่มีวันเกิดขึ้นจริงเพราะในวันที่ 22 พฤศจิกายน 1963 ระหว่างที่เขานั่งรถประจำตำแหน่งพร้อมกับ “แจ็กเกอลีน เคนเนดี” (Jacqueline Kennedy) ภริยาและสตรีหมายเลข 1 แล่นมาบนถนนดีเลย์พลาซ่าในเมืองดัลลัส ก็ถูกลอบสังหารด้วยกระสุนปืนจากมุมสูงท่ามกลางอเมริกันชนมากมายที่กำลังรอต้อนรับประธานาธิบดีของพวกเขา จอห์น เอฟ. เคนเนดีโดนกระสุนนัดแรกบริเวณลำคอจนกลายเป็นเป้านิ่งให้กระสุนนัดที่ 2 ตามมากระทบเข้าที่ศีรษะ รถประจำตำแหน่งแล่นสู่โรงพยาบาลพาร์คแลนด์ทันทีแต่ไม่สามารถยื้อชีวิตของจอห์น เอฟ.เคนเนดีไว้ได้ เขาเสียชีวิตหลังจากนั้น ทางการสหรัฐอเมริกาออกแถลงการณ์สูญเสียประธานาธิบดีหลังจากเกิดเหตุประมาณ 30 นาที

                เหตุการณ์หลังจากนั้น ลินดอน จอห์นสัน” (Lyndon Johnson) รองประธานาธิบดีจำต้องเข้ามารับตำแหน่งแทนอย่างกะทันหัน การควานหามือปืนผู้ลั่นไกสังหารประธานาธิบดีครั้งนี้ไปจบลงที่การได้ตัว “ลี ฮาร์วีย์ ออสวอลด์”  (Lee Harvey Oswald) ผู้เป็นฆาตกร แต่เพียงแค่ 2 วันเท่านั้นกับการจับกุมตัว เพราะในระหว่างนำตัวฝากขังยังเรือนจำฆาตกรก็เสียชีวิตจากการถูกลอบสังหารเช่นกันด้วยน้ำมือของ “แจ็ก รูบี้” (Jack Ruby) ประชาชนทั่วไปที่ให้การยอมรับว่าเขาต้องการแก้แค้นให้กับประธานาธิบดีที่เขารักและศรัทธา

                ถึงวันนี้แม้จอห์น เอฟ. เคนเนดีจะจากโลกนี้ไปนานกว่า 50 ปีแล้ว แต่เชื่อว่าชาวอเมริกันค่อนประเทศคงไม่มีวันลืม เพราะอย่างน้อยสุนทรพจน์ที่กล่าวไปข้างต้นของเขาก็ยังตราตรึงเตือนสติชาวโลกได้อยู่เสมอจนต้องยกมากล่าวอีกสักครั้ง Are you a politician asking what your country can do for you or a sealous one asking what you can do for your country...จงอย่าถามว่าประเทศชาติจะให้อะไรแก่ท่าน แต่จงถามตัวเองว่าท่านจะให้อะไรแก่ประเทศชาติได้บ้าง”

๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑

11 พฤษภาคม 2560

ผู้ชม 9851 ครั้ง