ดูบทความเกาหลีเหนือ & เกาหลีใต้

เกาหลีเหนือ & เกาหลีใต้

หมวดหมู่: CHECK HISTORY

ทำไม...ต้องเป็นเกาหลีใต้และเกาหลีเหนือ

 

                เนิ่นนานผ่านมาเราทราบกันดีอยู่แล้วว่าประเทศเกาหลีใต้นั้นปกครองประเทศด้วยระบอบประชาธิปไตย มีสิทธิเสรีและอิสรภาพทุกตารางนิ้วรอบตัว จะทำการงานใด ธุรกิจการค้าล้วนแต่ได้รับอิสระจากรัฐบาล ในขณะที่เกาหลีเหนือกลับเป็นประเทศที่ปกครองด้วยระบอบคอมมิวนิสต์และมีกรอบให้ประชากรดำเนินชีวิตตามที่รัฐบาลกำหนด

แต่สิ่งที่บางคนไม่เคยทราบมาก่อนก็คือ ทำไมจึงต้องมีเกาหลีใต้และเกาหลีเหนือ ประเทศเดียวกันแท้ๆ แล้วมีเหตุผลใดจึงต้องแยกแตกออกเป็นสอง...ลองมาย้อนอดีตดูกันดีกว่า

                ในอดีตย้อนกลับไปสู่ยุคที่แผ่นดินเกาหลียังคงแบ่งพื้นที่ตามกลุ่มชนเผ่าผู้ถือครอง นับรวมได้ 3 อาณาจักร คือ โคกูเรียว (Koguryo) แพกเจ (Baekje) และชิลลา (Silla) บรรพบุรุษเกาหลีในยุคนั้นรบราฆ่าฟันหวังจะชิงความเป็นใหญ่กันอยู่เนืองๆ แต่อาจเป็นเพราะอาณาจักรโคกูเรียวนั้นยิ่งใหญ่กว่าใครจึงมีอำนาจและศักยภาพมากกว่าในการที่จะยึดอีกสองอาณาจักรไว้ได้ทั้งหมดก่อนที่จะเปลี่ยนชื่อประเทศมาเป็น “โคเรีย” (Korea) ซึ่งสันนิษฐานกันว่าน่าจะมาจากคำว่า Koguryo นั่นเอง

แต่เส้นทางของเกาหลีก็ไม่ได้สวยหรูนัก ความที่เป็นประเทศไม่ใหญ่นักจึงถูกรังแกอยู่ร่ำไป เกาหลีถูกจีนบ้าง ญี่ปุ่นบ้างรุกรานอยู่ตลอด ไหนจะชาวมองโกลที่คอยมาแซะอยู่เรื่อยจนในที่สุดก็เข้ายึดเกาหลีได้นานร้อยกว่าปี คือราวปี 1231-1392 หลุดพ้นจากมองโกลมาได้ก็ใช่จะมีอิสรภาพได้ยาวนาน เพราะในปี 1910 ญี่ปุ่นก็เข้ามายึดเกาหลีไว้อีก

แต่นับนิ้วไปอีก 35 ปีต่อมาญี่ปุ่นก็ต้องปล่อยให้เกาหลีเป็นอิสระ

นั่นก็เพราะในปี 1945 ญี่ปุ่นพ่ายแพ้ย่อยยับจากสงครามโลกครั้งที่ 2 การล่าถอยไปของผู้แพ้ทำให้สหรัฐอเมริกาและสหภาพโซเวียตต่างพากันเข้ามาให้การสนับสนุน ท้ายที่สุดก็ต้องแบ่งกันโดยใช้เส้นรุ้งที่ 38 องศาเหนือบอกอาณาเขต แยกออกจากกัน สหภาพโซเวียตเข้าดูแลและให้การสนับสนุนการก่อตั้งเกาหลีเหนือขึ้นเป็นประเทศ และมีการปกครองแบบคอมมิวนิสต์ ส่วนเกาหลีใต้ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐอเมริกาโดยมีการปกครองแบบประชาธิปไตย

ยัง...ศึกสายเลือดยังไม่จบลงเพียงเท่านี้ ปี 1950 เกาหลีเหนือที่มีอาวุธยุทโธปกรณ์มากกว่าและแข็งแกร่งกว่าจากการหนุนหลังโดยสหภาพโซเวียตและจีนยกกองทัพไปลุยเกาหลีใต้ที่มีกำลังทหารน้อยนิด เครื่องไม้เครื่องมือจะรบก็ไม่มากพอ เกาหลีใต้ต้านไม่ไหวจึงต้องเสียกรุงโซลให้เกาหลีเหนือยึดได้ในเวลาเพียงไม่กี่วัน ฝั่งสหรัฐอเมริกาก็ส่งกองทัพมาช่วย ทั้งยังขอความร่วมมือไปยังสหประชาชาติเพื่อส่งทหารจากชาติสมาชิกมาร่วมรบ ได้มาทั้งหมด 15 ประเทศ เมืองไทยของเราก็เป็นหนึ่งในนั้น ในที่สุดก็สามารถยึดกรุงโซลคืนมาได้และขับไล่ทหารเกาหลีเหนือกลับไปยังที่ของตน พร้อมกับที่เข้ายึดกรุงเปียงยางของเกาหลีเหนือมาได้ภายในเวลา 4 เดือนหลังจากที่เคยเสียกรุงโซลไป

เกมพลิกเพราะเกาหลีเหนือมีทีท่าว่าจะแพ้ จีนจึงต้องอัดกำลังทหารมาให้อีกจนสามารถยึดกรุงเปียงยางกลับคืนได้ในเวลา 2 เดือน และก็ผลัดกันได้เปรียบเสียเปรียบอยู่อย่างนี้นานถึง 3 ปี สุดท้ายเดือนกรกฎาคม ปี 1953 ก็มีการยื่นข้อตกลงสงบศึกให้มีการหยุดยิง  ยุติความรุนแรงของสงครามแบบไม่ต้องมีผู้ใดแพ้หรือชนะ แยกประเทศต่างคนต่างอยู่โดยที่เกาหลีเหนือก็ยังคงระบอบการปกครองแบบคอมมิวนิสต์ และเกาหลีใต้ก็ปกครองตัวเองแบบประชาธิปไตย

พื้นที่บริเวณเส้นรุ้ง 38 องศาเหนือปัจจุบันยังคงอยู่โดยมีการปรับภูมิทัศน์โดยรอบให้เป็นจุดสังเกตการณ์และชมวิวของนักท่องเที่ยว ซึ่งในด้านการท่องเที่ยวเราอาจรู้สึกว่าน้ำหนักจะเทไปทางเกาหลีใต้อย่างชัดเจน แต่จริงๆ แล้วเกาหลีเหนือเองก็มีบริษัททัวร์หลายแห่งนำเที่ยวอยู่บ้างเช่นกัน เพียงแต่สองแผ่นดินยังคงแยกกันและไม่สามารถกลับมารวมกันได้อีกในขณะนี้ ทั้งด้วยอุดมการณ์ในการปกครองประเทศก็ดูท่าจะไม่มีวันเข้ากันได้ เกาหลีเหนือปัจจุบันมี “กรุงเปียงยาง” เป็นเมืองหลวง ฟากเกาหลีใต้ก็มี “กรุงโซล” เป็นเมืองหลวง ซึ่งเป็นเมืองหลวงเดิมนับตั้งแต่เปลี่ยนจากอาณาจักรโคกูเรียวมาเป็นโคเรีย

จากเหตุการณ์สงครามในครั้งนั้นเกาหลีใต้ให้สิทธิพิเศษยกเว้นวีซ่าสำหรับคนไทยที่ต้องการเดินทางไปเที่ยวเสมือนเป็นการขอบคุณในมิตรภาพและการร่วมรบ คนไทยเองก็ชื่นชอบการท่องเที่ยวเกาหลีใต้จนทุกวันนี้แทบจะกลายเป็นประเทศบ้านพี่เมืองน้องที่แสนจะคุ้นเคยกันมากที่สุดอีกประเทศหนึ่งในโลกไปแล้ว

 

๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑

 

11 พฤษภาคม 2560

ผู้ชม 7331 ครั้ง