ดูบทความEnjoy Nagoya สัมผัสญี่ปุ่น ท่องเมืองเก่า

Enjoy Nagoya สัมผัสญี่ปุ่น ท่องเมืองเก่า

หมวดหมู่: HOT REVIEW

Enjoy Nagoya สัมผัสญี่ปุ่น ท่องเมืองเก่าไปกับ JTB

สำหรับประเทศที่ไม่ว่าจะไปกี่ครั้งก็ไม่เบื่อ แถมนึกถึงทีไรก็อยากกลับไปอีกบ่อยๆ ก็ต้องเป็น "ประเทศญี่ปุ่น" แน่นอนว่าจุดหมายแรกที่ทุกคนเลือกเมื่อไปเที่ยวญี่ปุ่นก็ต้องเป็นเมืองใหญ่ๆ อย่า "โตเกียว" "โอซาก้า" และ "ฮอกไกโด" แต่สำหรับคนที่ต้องการความแปลกใหม่ ได้สัมผัสกับความเป็นญี่ปุ่นจริงๆ ทั้งธรรมชาติ วัฒนธรรม และความเป็นอยู่ ก็ต้องลองไปในเส้นทางใหม่ๆ กันบ้าง และครั้งนี้ Checktour จะพาทุกคนไปรู้จักกันเส้นทางหนึ่งที่น่าสนใจและน่าไปสักครั้งสำหรับสาวกญี่ปุ่นทั้งหลาย

ทริปนี้เป็นทริปสั้นๆ แค่ 5 วัน 3 คืน อาจจะไม่นานแต่ก็คุ้มมากๆ ครั้งนี้ไปเที่ยวกับบริษัท JTB ที่มั่นใจได้เลยกับโปรแกรมการเดินทางและการบริการ  ด้วยประสบการณ์ด้านการท่องเที่ยวที่มีมากว่า 100 ปี เราออกเดินทางด้วยสายการบินเจแปนแอร์ไลน์ จากสุวรรณภูมิมุ่งหน้าไปยังสนามบินเซ็นแทร์ จังหวัดนาโกย่า สัมผัสอากาศเย็นๆ ของประเทศญี่ปุ่นเดือนธันวาคม ก่อนจะขึ้นรถโค้ชมุ่งหน้าไปยังเมืองแรก "กุโจฮาจิมัง" เมืองเล็กๆ แต่ให้บรรยากาศของเมืองเก่ายุคเอโดะได้อย่างดี เมืองนี้ได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งสายน้ำ เราจะได้เห็นแม่น้ำใหญ่น้อยมากมายไหลผ่านเมือง ที่เมืองนี้เราได้ทดลองทำงานประดิษฐ์ที่ถือเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของเมือง แถมยังน่าสนใจมากอย่างหนึ่งกับการทำแบบจำลองอาหารและของหวานขนาดจิ๋วจากขี้ผึ้ง วิธีการทำนั้นทั้งสนุกและน่าตื่นตาตื่นใจ แถมเมื่อทำเสร็จแล้วก็ดูเหมือนจริงมากๆ

ทานอาหารเที่ยงเสร็จเรียบร้อยแล้วเราก็ได้เวลาไปยัง "หมู่บ้านชิราคาวาโกะ" หมู่บ้านเก่าแก่ที่เราจะได้เห็นบ้านในสไตล์ญี่ปุ่นโบราณ ที่น่าสนใจมากก็คือ หลังคาที่ทำจากฟางข้าวทับซ้อนกันหนาขนาดที่สามารถกันได้ทั้งน้ำ ฝน และหิมะ แถมยังทนทานไม่ต้องเปลี่ยนทุกปีด้วย บ้านแบบนี้แทบจะเห็นไม่ได้แล้วในญี่ปุ่น เราจะได้เห็นบ้านเก่าสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ อายุกว่าร้อยปี และจะยิ่งสวยขึ้นเป็นเท่าตัวแน่นอนว่าหมู่บ้านชิราคาวาโกะแห่งนี้ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกไปเรียบร้อยแล้ว

จากนั้นเราก็เดินทางไปยังอีกเมืองที่น่าสนใจไม่แพ้กัน "เมืองทาคายาม่า" หรือ "ลิตเติ้ลเอโดะ" อีกหนึ่งเมืองเก่าในอีกบรรยากาศ เพราะที่ทาคายาม่านี้จะเป็นตัวเมืองย่านการค้าสมัยโบราณ ได้เดินเล่นไปตามถนนที่เรียงรายด้วยร้านค้ามากมาย บรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของญี่ปุ่นในยุคเอโดะที่ชาวเมืองได้พร้อมใจกันอนุรักษ์เอาไว้ เพื่อคงไว้ถึงวัฒนธรรมและความเป็นญี่ปุ่นที่หากใครอยากชมญี่ปุ่นในแบบญี่ปุ่นแท้ๆ ก็ต้องมาที่นี่ จนกลายเป็นสถานที่ท่องที่ยวขึ้นชื่อในทุกวันนี้ 

แน่นอนว่ามาญี่ปุ่นแล้วกิจกรรมที่พลาดไม่ได้ในทุกๆ ครั้งที่มาก็คือ "แช่ออนเซ็น" และต้องไม่พลาดที่จะลองแช่ในทุกๆ โรงแรมที่ไปพัก เพราะแต่ละที่แต่ละแห่งก็จะมีบรรยากาศและออนเซ็นที่แตกต่างกันออกไป ทริปนี้เราได้อาบน้ำแร่ “ออนเซน” แบบธรรมชาติ (OPEN AIR BATH) สไตล์ญี่ปุ่นแท้ พร้อมชมวิวทะเลที่ให้ความรู้สึกได้พักผ่อนอย่างแท้จริง แช่แล้วก็จะสบายตัว ที่เมื่อยล้าและเหนื่อยมาทั้งวันจะหายเป็นปลิ้ดทิ้ง แถมช่วยให้หลับสบายด้วย

เช้าวันถัดไปเราก็ยังอยู่กันที่เมืองทาคายาม่า มุ่งหน้าไปริมแม่น้ำมิยากะวะ เพื่อไปชม "ตลาดเช้าทาคายาม่า" ย่านที่ไม่ว่าใครก็ต้องติดใจ เพราะนอกจากจะได้ชมบ้านเมืองแบบญี่ปุ่นโบราณแล้ว ยังมีของมากมายให้เลือกซื้อทั้งของกิน ของที่ระลึก เดินเล่นเพลินๆ ซื้อของกิน ใครชอบที่จะลองชิมขนมหรืออาหารพื้นบ้านที่นี่บอกเลยว่ามีพร้อม โดยเฉพาะคนชอบทานเนื้อ เพราะของขึ้นชื่อของที่นี่จะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจาก เนื้อฮิดะ มาถึงทาคายาม่าก็ต้องลองทานเนื้อฮิดะนะคะ

อีกหนึ่งจุดเด่นของทาคายาม่าคือ "ย่านเมืองเก่าซันมาชิซูจิ" ย่านเมืองเก่าที่เราได้เดินชมย่านตัวเมืองโบราณที่มีร้านค้าให้เราได้เลือกซื้อสินค้าพื้นเมืองมากมาย ทั้งขนมหวานขึ้นชื่อ "มิตาราชิ ดังโงะ" และเครื่องรางสุดน่ารักอย่าง "ตุ๊กตาซารุโบโบะ" ที่ต้องซื้อติดไม้ติดมือกลับบ้านกันไปคนละตัวสองตัว บอกได้เลยว่าเมืองทาคายาม่าเหมาะมากสำหรับคนที่อยากรู้จักญี่ปุ่นในแบบของญี่ปุ่นแท้ๆ เดินเพลินๆ ถ่ายรูปตรงนั้นบ้าง แวะซื้อของตรงนี้บ้าง รู้สึกเหมือนแปบเดียวก็ได้เวลาต้องร่ำลากับเมืองทาคายาม่ามุ่งหน้าไปเมืองถัดไป

หลังจากทานอาหารเที่ยงเสร็จเรียบร้อยแล้ว เราก็เดินทางกันไปต่อที่เมืองนาโกย่า หลายๆ คนอาจจะคุ้นหูกับชื่อ นาโกย่า นั่นก็เพราะที่เมืองนี้เองเป็นที่ตั้งของ "ปราสาทนาโกย่า" หนึ่งในปราสาทดังแสนสำคัญของประเทศญี่ปุ่น ในทริปนี้เราก็ได้มีโอกาสไปเที่ยวที่ปราสาทนาโกย่าด้วย ดูจากภายนอกปราสาทที่ดูว่าอลังการงานสร้างแล้ว เทียบไม่ได้เลยกับข้างใน ทั้งการสร้างและการตกแต่งนั้นประณีตสวยงามตระการตาเป็นอย่างยิ่ง แม้ปราสาทนี้จะถูกทำลายไปในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ก็ได้ถูกบูรณะขึ้นใหม่ให้มีความคล้ายคลึงกับของตัวปราสาทดั้งเดิมที่สุด จุดเด่นอีกอย่างของปราสาทนาโกย่าก็คือ ปลาสีทอง ที่ตั้งโดดเด่นอยู่บนยอดปราสาท เห็นได้ตั้งแต่ไกลเลยทีเดียว

วัดนิตไทจิ วัดนี้อาจจะดูเหมือนวัดทั่วๆ ไป แต่วัดนี้เป็นวัดที่ในหลวงรัชกาลที่ 5 ของประเทศไทยได้พระราชทานพระบรมสารีริกธาตุมาประดิษฐานไว้ ภายในวัดนั้นนอกจากจะดูสวยและเก่าแก่แล้ว ยังดูร่มรื่นดูผ่อนคลายด้วย เดินไปรอบๆ วัดก็ได้เห็นภาษาไทยและเอกลักษณ์ต่างๆ ที่บ่งบอกความเป็นไทยได้อย่างชัดเจนแทรกผสมผสานไปกับความเป็นญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นระฆังญี่ปุ่นด้านหน้าทางเข้าวัดที่มีตัวอักษรภาษาไทย จปร. ที่เป็นพระปรมาภิไทยย่อของรัชกาลที่ 5 และป้ายชื่อวัดที่เป็นภาษาไทยเป็นต้น หาได้มีโอกาสไปยังวัดนิตไทจิก็ลองสังเกตดูนะคะ

วันถัดไปเป็นวัอิสระที่เราสามารถไปเที่ยวรอบๆตัวเมือง ช้อปปิ้ง หรือเลือกทานอาหารตามใจชอบได้อีกด้วย ในเมืองนาโกย่ามีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายให้ลองไปเที่ยวกัน ไม่ว่าจะเป็น พิพิธภัณฑ์อนุสรณ์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยีโตโยต้า ที่รวบรวมรถโบราณในแต่ละยุคแต่ละสมัยเอาไว้ พิพิธภัณฑ์รถไฟและรถไฟพลังงานแม่เหล็ก ที่น่าสนใจเอามากๆ หรือถ้าอยากช้อปปิ้งก็ขอแนะนำไปแถวนี้เลย สถานีรถไฟนาโกย่า บริเวณรอบๆ สถานีจะรายล้อมไปด้วยห้างสรรสินค้ามากมายเดินกันไม่หวาดไม่ไหวเลยทีเดียว

วันที่ 5 วันสุดท้ายก็ได้เวลาเดินทางกลับประเทศไทย เราเดินทางไปสนามบินเซ็นแทร์ตั้งแต่เช้า ก่อนจะขึ้นสายการบินเจแปนแอร์ไลน์กลับไปถึงประเทศไทยก็เวลาประมาณบ่าย 2 เป็นอันจบทริปที่ถือว่าได้ทั้งสัมผัสกับความเป็นญี่ปุ่นและได้บรรยากาศชิลล์ๆ ของเมืองเก่า เป็นทริปที่ได้ประสบการณ์ครบจริงๆ ค่ะ

 

สำหรับใครที่สนใจอยากไปเที่ยวโปรแกรมที่น่าสนใจแบบนี้บ้าง

สามารถดูรายละเอียดได้ที่ http://jtbthailand.com/th/package-tour/enjoy-nagoya-2/

 

 

แนะนำบริษัทนี้เลย

 

JTB (Thailand) Limited

สาขาสีลม โทร  02-344-4600

สาขาดิ เอ็มควอเทียร์ โทร 02-344-4688

สาขา ภูเก็ต  โทร 076-261-742

 

หรือ

www.jtbthailand.com

Facebook : JTBThailand

 

 

 

11 พฤษภาคม 2017

ผู้ชม 2724 ครั้ง