ล่องเรือแม่น้ำแยงซีเกียง ตอนที่ 2

หมวดหมู่: HOT REVIEW

 

สวัสดีครับท่านผู้อ่าน

มาพบกันอีกเช่นเคยสำหรับช่วงนี้อากาศเริ่มเปลี่ยนเข้าสู่ฤดูร้อน และเป็นช่วงเวลาที่หลายๆ ท่านเลือกเดินทางท่องเที่ยวประจำปี เนื่องจากมีวันหยุดต่อเนื่องในช่วงเทศกาลสงกรานต์ และเป็นช่วงที่เด็กๆ ปิดเทอม ช่วงเดือนเมษายนของทุกปีจึงเป็นช่วงที่บริษัททัวร์จะคึกคัก มีกรุ๊ปทัวร์เดินทางมากมายหลากหลายประเทศทั่วโลก หัวหน้าทัวร์อย่างผมก็ได้มีโอกาศทำงานเต็มเดือน เป็นช่วง วันหยุดเค้าวันทำงานเรา... ตลอดปีก็จะมีช่วงคึกคักอยู่ 3 ช่วง ช่วงแรก มีนาคม เมษายน พฤษภาคม ช่วงที่สองประมาณ ปลายกันยายนถึงตุลาคม และช่วงที่สามก็ ปีใหม่ ทั้งสามช่วงที่กล่าวมานั้น จะมีการเดินทางค่อนข้างหนาแน่น ตั๋วเครื่องบินก็ถูกจองล่วงหน้า การยื่นวีซ่าจะต้องจองล่วงหน้าและวุ่นวายพอสมควร ก็ขอให้ฤดูร้อนนี้ ให้ท่านผู้อ่านที่เตรียมตัวเดินทางท่องเที่ยวมีความสุขกับการเดินทางพักผ่อนนะครับ

ต่อจากเล่มที่แล้วเรื่องการเดินทางท่องเที่ยวแบบเรือสำราญใน แม่น้ำแยงซีเกียง ช่วงที่ส่วนใหญ่จะเดินทางจริงๆ ก็สามารถเดินทางได้ตลอดครับ สภาพอากาศแตกต่างกันไป โดยส่วนใหญ่แล้วคนไทยเรามักเลือกช่วงปลายปี เนื่องจากมีอากาศที่เย็นสบาย ได้สัมผัสกับอากาศหนาว ได้ใส่เสื้อผ้ากันหนาวถ่ายรูปกัน การเดินทางท่องเที่ยวโดยเรือสำราญในแม่น้ำแยงซีเกียงช่วงปลายปีก็มีบรรยากาศที่เหมาะ อากาศดี วิวทิวทัศน์สวยงาม

ปรแกรมการเดินทางของการเที่ยวเรือสำราญท่องเที่ยวแยงซีเกียงส่วนใหญ่จะใช้เวลาประมาณ 5-6 วัน แล้วแต่บริษัททัวร์จะจัดให้ไปเมืองใหนบ้างโดยส่วนใหญ่ก็จะนั่งเครื่องบินไปลง เมืองฉงชิ่งซึ่งเป็นเมืองที่เป็นจุดเริ่มต้นของการล่องเรือสำราญในแม่น้ำแยงซีเกียง ซึ่งสามารถเดินทางโดยสายการบิน ไทยสไมล์ ซึ่งมีบินตรงเข้าสู่นครฉงชิ่งได้เลย รายการเดินทางสำหรับการล่องเรือแม่น้ำแยงซีเกียงจะเริ่มต้นที่นครฉงชิ่งแล้วล่องผ่านเมืองสำคัญ สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ เช่น

ช่องแคบซีหลิงเสีย ซึ่งเป็น 1 ใน 3 ช่องแคบที่มีขนาดยาวสุดในแม่น้ำแยงซีเกียง คือยาวประมาณ 70 กิโลเมตร และในอดีต ถือได้ว่าเป็นช่องแคบที่มีอุปสรรคในการแล่นเรือมากที่สุด เนื่องจากบริเวณนี้จะมีทั้งแก่งหินและหินโสโครกมากมาย แต่หลังจากที่ได้สร้างเขื่อนขึ้น แก่งหินบริเวณช่องแคบแห่งนี้ได้ถูกทำลายไปเสียส่วนใหญ่ อีกทั้งระดับน้ำได้เพิ่มสูงขึ้นจากเดิม จึงทำให้การเดินเรือสะดวกขึ้นมาก เมืองเฟิงตู (เมืองผี) เป็นเมืองขนาดกลางริมฝั่งแม่น้ำอำเภอวั่นเซี่ยน ซึ่งเป็นเมืองยมโลกจำลองที่สร้างตามความเชื่อของชาวจีนในสมัยราชวงศ์หมิง จากลัทธิเต๋าและพุทธผสมผสานกันเกี่ยวกับบาปบุญคุณโทษมีประวัติความเป็นมายาวนานถึง 400 กว่าปี ช่องแคบชวีถังเสีย ชึ่งเป็นช่องแคบที่มีความยาวสั้นที่สุดเพียง 8 กิโลเมตร และเป็นช่องแคบที่ดึงดูดใจนักท่องเที่ยวพอสมควร โดยเฉพาะช่วงตะวันตกของช่องแคบที่ชื่อว่า ประตูขุยเหมิน บริเวณนี้กระแสน้ำจะไหลเชี่ยวกรากมาก โดยในอดีตเรือสำราญต้องฝ่าด่านอันแข็งแกร่งนี้ไปให้ได้ด้วยความปลอดภัย

จากนั้นเรือสำราญจะแล่นผ่าน ช่องแคบอูเสีย ที่มีความยาวประมาณ 42 ก.ม. เป็นช่องแคบใหญ่อันดับหนึ่งในบรรดาช่องแคบของแม่น้ำแยงซีเกียง บรรยากาศบนเรือก็จะมีการเลี้ยงต้อนรับจากกัปตัน มีการแสดงโชว์ต่างๆ ที่ทางเรือจัดโปรแกรมให้เราชมตามแต่ละวัน อาหารก็จะเปลี่ยนเมนูไปในแต่ละวัน ซึ่งเรือบางลำก็จะแบ่งห้องอาหารสำหรับแบบของห้องพัก หรือการจ่ายเงินเพื่อรับประทานห้องอาหารที่ดีกว่า หรืออัพเกรดขึ้นมาก็เป็น OPTION ให้เราเลือกเสียเงินเพื่อซื้อความสะดวกสบาย ผมแนะนำครับ ให้อัพเกรดขึ้นไปท่านจะได้รับประทานอาหารแบบสบายๆ เงียบๆ กว่าห้องอาหารปกติ แต่บางลำก็จะมีห้องอาหารเดียวซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเรือแบบ 5 ดาว DELUXE หลังจากที่ล่องเรือผ่านกันมา 3 คืน

ในคืนสุดท้ายเรือก็จะผ่านเขื่อนยักษ์ เขื่อนยักษ์ อภิมหาโปรเจ็คระดับกินเนสบุ๊ค ซานเสียต้าป้า เป็นโครงการที่ใหญ่โตที่สุดอีกอย่างหนึ่งของจีน นับตั้งแต่การสร้างกำแพงเมืองจีน มีความยาวทั้งหมด 3,035 เมตร ช่องระบายน้ำยาว 483 เมตร ซึ่งสามารถเก็บกักน้ำได้ถึง 39.3 ล้านลูกบาศก์เมตร ส่วนสันเขื่อนสูง 185 เมตร แบ่งออกเป็น 5 ส่วนกล่าวคือ 2 ส่วนสำหรับผลิตกระแสไฟฟ้า ซึ่งสามารถผลิตพลังงานกระแสไฟฟ้าส่งให้พื้นที่ 1 ใน 5 ของประเทศจีน 1 ส่วนสำหรับระบายน้ำ และอีก 2 ส่วนเป็นประตูสำหรับเรือแล่นผ่านโดยแบ่งเป็นเรือที่มีระวางขับน้ำตั้งแต่ 3,000-10,000 ตัน และเรือที่มีระวางขับน้ำน้อยกว่า 3,000 ตัน โดยมีประตูให้เรือแล่นผ่าน 5 ลำดับชั้นด้วยกัน และนอกจากใช้ประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจแล้วยังช่วยป้องกันอุทกภัยสองฝากฝั่งแม่น้ำแยงซีเกียงอีกด้วย คืนนี้เรือก็จะทำการผ่านประตูน้ำทั้ง 5 ชั้น กัปตันก็จะประกาศให้เราออกมาชมการผ่านประตูน้ำ โดยปกติจะผ่านช่วงดึกๆ ประมาณ 23.00 น. หรือตามความหนาแน่นของจราจรในวันนั้นๆ ครับ ตอนผ่านประตูน้ำเราออกมาที่ระเบียงสามารถเอามือแตะตัวเขื่อนได้เลย เพราะการเข้าสู่ประตูน้ำแต่ละชั้นจะต้องจอดชิดกำแพงเขื่อนมากๆ เนื่องจากจะมีเรือลำอื่นเข้ามาด้วย

พอเช้าขึ้นมาเราก็จะถึงเมือง อี๋ฉาง ซึ่งก็จะได้มาเที่ยวชมเขื่อนกันอีกรอบ ซึ่งรถก็จะวนไปยังจุดชมวิวบนสันเขื่อน ชมส่วนต่างๆ ของเขื่อน ซานเสียต้าป้า หรืออีกชื่อคือ เขื่อน 3 โตรก ก็ได้บรรยากาศอีกรูปแบบ หลังจากนั้นช่วงบ่ายก็จะนั่งรถไฟด่วน ซึ่งมีความทันสมัยไม่แพ้ญี่ปุ่นเลยทีเดียว ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงกลับสู่เมืองฉงชิ่งเพื่อที่จะได้กลับเมืองไทยโดยสายการบิน ไทยสไมล์ เป็นการเดินทางในการพักผ่อนชมวิวธรรมชาติอย่างแท้จริงครับ

 

สนใจล่องเรือชมวิวสวยๆ 

สอบถามมาได้เลยนะครับ 

พี แอนด์ ซี ฮอลิเดย์

 

Tel : 02 9444 877 

Hotline : 091 471 8888 

E-mail : pandc_holidays@hotmail.com 

 

11 พฤษภาคม 2017

ผู้ชม 2398 ครั้ง