ดูบทความ5 Cities of China You Must Visit

5 Cities of China You Must Visit

หมวดหมู่: HOT REVIEW

5 Cities of China

You Must Visit

Story By ดวงพร เพชรสังกฤต Photo By กองบรรณาธิการ

 

มีหลากหลายคำกล่าวที่จะใช้นิยามถึงความเป็น “สาธารณรัฐประชาชนจีน” รวมถึงการเป็นมหาอำนาจแห่งเอเชียก็ใช่จะได้มาเพราะโชคช่วย แต่เป็นเพราะชาวโลกทราบดีว่ากาลเวลาหลายพันปีได้ก่อกำเนิดอารยธรรมจีนขึ้นจนเป็นเอกลักษณ์ประจำชนชาติที่ไม่มีใครเหมือน อิทธิพลทางวัฒนธรรมและวิทยาการทุกด้านในการดำรงชีวิตของมวลมนุษยชาติเกินครึ่งถูกถ่ายทอดจากจีนไปสู่ทุกประเทศในเอเชีย เพราะฉะนั้นประเทศจีนจึงถูกยกย่องให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวด้านประวัติศาสตร์ที่สำคัญของโลกจนแทบไม่มีประเทศใดใกล้เคียงจะยิ่งใหญ่ได้เท่านี้อีกแล้ว

เมื่อมองเห็นความน่าสนใจเลยเป็นที่มาให้ Check Vote ลองเลือกหยิบเมืองนั้นเมืองนี้ของจีนมาพูดถึงกันดูเสียหน่อย แต่ละเมืองล้วนมีชื่อเสียงและมีจุดเด่นที่ต่างกันไป บ้างก็ใหม่ บ้างก็เก่า บ้างก็ดูทันสมัยและบ้างก็ดูเหมือนล้าสมัย แต่ก็มีเสน่ห์และคุณค่าในแบบฉบับของตัวเอง ขอเลือก 5 เมืองเพื่อเล่าสู่กันฟังซึ่งเป็นเมืองที่นักท่องเที่ยวชาวไทยชื่นชอบและนิยมเที่ยวกันมาตั้งแต่เมื่อหลายสิบปีก่อน ปัจจุบันแม้จะถูกกระแสท่องเที่ยวในประเทศอื่นบดบังไปบ้าง แต่อย่างไรก็ตามประเทศจีนก็ยังไม่ห่างหายไปจากใจคนไทย และโดยเฉพาะ 5 เมืองนี้เชื่อได้ว่าคนไทยรู้จักและเคยเที่ยวกันมาแล้วไม่น้อย

  Beijing  
ทุกวันนี้แม้ “ปักกิ่ง” (Beijing) จะได้ชื่อว่าเป็นมหานครที่ยิ่งใหญ่และเป็นเขตการปกครองพิเศษที่มีสถานะเทียบเท่ามณฑลที่ทันสมัยสมค่าการเป็นเมืองหลวงแดนมังกร แต่ความเดิมที่เคยเป็นแหล่งอารยธรรมเก่าแก่ทำให้ปักกิ่งในวันนี้มีร่องรอยของอดีตปะปนอยู่กับอาคารสูงระฟ้าในย่านการค้าที่เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของประเทศ มีเส้นทางคมนาคมเชื่อมโยงไปยังเมืองต่างๆ ทั่วประเทศ มีสถาบันการศึกษาที่โด่งดังและมีสิ่งก่อสร้างระดับโลก ทั้งหมดนี้สะท้อนภาพความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจของจีนได้อย่างชัดเจน


ความยิ่งใหญ่ของสิ่งก่อสร้างที่ต่างกันในแต่ละยุคของปักกิ่งมีให้ชมหลายแห่ง และสถานที่ที่มักถูกพูดถึงเสมอก็ต้องเป็น “กำแพงเมืองจีน” (Great Wall of China) หนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปี 1987 สร้างขึ้นเมื่อกว่า 2,500 ปีก่อนในยุคจิ๋นซีฮ่องเต้ผู้เป็นจักรพรรดิพระองค์แรกแห่งแผ่นดินจีนเพื่อให้เป็นปราการป้องกันการรุกรานจากข้าศึก หรือจะเป็น “พระราชวังต้องห้าม” (The Forbidden City) ที่ประทับที่มีไว้เฉพาะจักรพรรดิ พระสนม นางกำนัล ขันทีและนางข้าหลวงเท่านั้น ส่วนที่สร้างขึ้นสำหรับใช้เป็นสถานที่จัดการแข่งขันโอลิมปิก 2008 ก็คือ “สนามกีฬารังนก” (Bird’s Nest) ซึ่งอลังการด้วยการออกแบบก่อสร้างที่ทันสมัยแปลกตา นักท่องเที่ยวที่เดินทางถึงประเทศจีนแม้จะมีเป้าหมายอยู่ที่การชมของเก่าก็ยังต้องแวะชมของใหม่อย่างสนามกีฬารังนกแห่งนี้เสมอ

 

  Shanghai  
เมืองที่ใหญ่ที่สุดของจีนไม่ใช่ปักกิ่ง แต่กลับเป็น “เซี่ยงไฮ้” (Shanghai) เมืองที่เต็มไปด้วยความทันสมัย เมืองแห่งการพัฒนา เมืองที่มีประชากรอาศัยอยู่หนาแน่นที่สุดของประเทศ และมีตำแหน่งเป็นเขตการปกครองพิเศษเทียบเท่ามณฑลเช่นเดียวกับปักกิ่ง ความทันสมัยของเซี่ยงไฮ้มีให้เห็นผ่านอาคารสำนักงาน ห้างสรรพสินค้า และท่าเรือขนาดใหญ่ อลังการแห่งบรรยากาศภายในย่านใจกลางเมืองเซี่ยงไฮ้ถูกยกให้มีสถานะเป็นเสมือนนิวยอร์กแห่งเอเชียเลยทีเดียว


หากได้มาเยือนเซี่ยงไฮ้แล้วอยากชวนไปชม “สวนยูหยวน” (Yu Garden) เที่ยวเมืองน้ำ “จูเจียเจียว” (Zhujiajiao) เดินเที่ยว “ย่านเดอะ บันด์” (The Bund) ทดลองนั่งรถไฟที่แล่นด้วยความเร็วมากที่สุดในโลก ชมวิวสวยๆ ของตัวเมืองเซี่ยงไฮ้จากบนอาคาร “เซี่ยงไฮ้เวิลด์ไฟแนนเชียลเซ็นเตอร์” (Shanghai World Financial Center) หรือจะไปสนุกกันที่ “เซี่ยงไฮ้ดิสนีย์แลนด์” (Shanghai Disneyland) ด้วยก็ยังได้

  Xian  
เราสามารถสัมผัสทุกอณูแห่งประวัติศาสตร์จีนได้ที่ “ซีอาน” (Xian) อดีตเมืองหลวงของจีนในช่วงราชวงศ์ชิง (Qin Dynasty) ซึ่งรุ่งเรืองมาตั้งแต่เมื่อ 221 ปีก่อนคริสตกาล ซีอานถือเป็นเมืองใหญ่ที่สุดทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีน แน่นอนว่าสำหรับซีอานแล้วความน่าสนใจที่ใครๆ อยากแนะนำให้เที่ยวชมก็คือ “สุสานจิ๋นซีฮ่องเต้” ซึ่งมีกองทัพทหารดินเผารวมแล้วกว่า 7,400 ชิ้นถูกฝังลึกลงใต้พื้นดินที่กินอาณาเขตกว้างใหญ่ราว 25,000 ตารางเมตร ทั้งยังมีส่วนของกำแพงเมืองจีนอยู่ที่เมืองนี้ด้วยพร้อมเจดีย์ขนาดใหญ่อีกมากมาย


นอกจากนี้ซีอานยังเป็นเหมือนเมืองแห่งจุดเริ่มต้นของ “เส้นทางสายไหม” ซึ่งเป็นเส้นทางการค้าระหว่างชนชาติในทวีปตะวันตกกับตะวันออกที่สำคัญมากในยุคโบราณ ปัจจุบันนี้เส้นทางเดิมสายนั้นกลายเป็นเส้นทางท่องเที่ยวยอดนิยมเพราะมีทิวทัศน์ที่สวยงามและมีร่องรอยแห่งกองคาราวานให้เราได้เรียนรู้หน้าประวัติศาสตร์ที่จะสร้างประสบการณ์ในการท่องเที่ยวให้ได้อย่างมากมาย

  Guilin  
ลงมาทางตอนใต้ของประเทศเราจะพบเมืองท่องเที่ยวชื่อดังอีกแห่งของจีน นั่นคือ “กุ้ยหลิน” (Guilin) เมืองที่มีชื่อเสียงด้านความงามของธรรมชาติ แถบชานเมือง
กุ้ยหลินยังคงความเป็นชนบทอยู่มากจนทำให้นักท่องเที่ยวมีโอกาสได้ชมทัศนียภาพท่ามกลางอากาศดีๆ ที่ถือเป็นจุดเด่นสร้างความนิยมในการท่องเที่ยวให้กับกุ้ยหลินมาตลอดช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมาจนทำให้ได้ฉายาว่าเป็น “เมืองสวรรค์บนพิภพ”


ภูมิประเทศของกุ้ยหลินเต็มไปด้วยภูเขาหินสูงเรียงสลับซ้อนกัน มองในระยะไกลดูคล้ายภาพวาด ยิ่งถ้าได้ล่องเรือชมทิวทัศน์ของแม่น้ำหลี่เจียงด้วยแล้วจะยิ่งประทับใจ หรือจะเที่ยวเมืองหยางซั่ว (Yangshuo) ที่นอกจากจะได้ชมทิวทัศน์ของแนวภูเขาสูงและชมหินงอกหินย้อยในถ้ำธรรมชาติแล้ว ยังมีการแสดงแสงสีบริเวณเจดีย์สวยงามริมน้ำประจำเมืองในช่วงเวลากลางคืนอีกด้วย

  Suzhou  
ส่วนทางฝั่งตะวันออกของจีนก็มีอีกหนึ่งเมืองใหญ่ที่เป็นทั้งศูนย์กลางการค้า วัฒนธรรม การศึกษาและการคมนาคมของประเทศ เมืองที่ว่านี้คือ “ซูโจว” (Suzhou) ซึ่งตั้งอยู่ในเขตมณฑลเจียงซู แต่จุดที่ทำให้ซูโจวน่าเที่ยวก็มาจากการเป็นเมืองทันสมัยในแวดล้อมความเก่าที่มีประวัติความเป็นมานานกว่า 2,500 ปี สำคัญกว่านั้นอยู่ที่อดีตของซูโจวได้ถูกอนุรักษ์ไว้อย่างดีพร้อมกับชื่อเสียงด้านการเป็นเมืองแห่งสายน้ำและลำคลองไปจนถึงสะพานสวยๆ อีกหลายแห่งก็มีอยู่ที่นี่


ซูโจวยังมีสวนโบราณหลายแห่งตกทอดมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์หมิงและราชวงศ์ชิง ที่ได้รับความนิยมและมีชื่อมากคือ “สวนจัวเจิ้ง” (Humble Administrator’s
Garden) และ “สวนหลิว” (Lingering Garden) ทั้งสองแห่งนี้รวมถึงอีกหลายความสวยงามที่พบได้ในซูโจวช่วยกันผลักดันให้เมืองนี้ได้รับฉายาอย่างเป็นทางการว่า “สวรรค์บนโลกมนุษย์” และ “เวนิสแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน”

03 กรกฎาคม 2561

ผู้ชม 1535 ครั้ง