ดูบทความนั่งรถไฟเที่ยว Swiss

นั่งรถไฟเที่ยว Swiss

หมวดหมู่: HOT REVIEW

นั่งรถไฟเที่ยว Swiss

Photo & Story By อดิศักดิ์ จันทร์ดวง


สวิตเซอร์แลนด์มีเมืองน่าเที่ยวทั้งเมืองใหญ่ เมืองรอง เมืองเล็ก ไปจนถึงหมู่บ้านชนบท ตามทุ่งหญ้าและขุนเขาอันงดงาม มีเส้นทางรถไฟชมทิวทัศน์ รถไฟขึ้นยอดเขา เรือล่องทะเลสาบ หลากหลาย กิจกรรมสำหรับผู้รักการเดินทางให้ได้ท่องไปในประเทศที่ได้ชื่อว่ามีทัศนียภาพงดงามของทั้งเขตเมืองเก่า ขุนเขา ทะเลสาบ ทุ่งหญ้า น้ำตก ธารน้ำแข็งและหิมะขาวโพลนบนยอดเขาที่มีให้ชมตลอดทั้งปี สิ่งเหล่านี้ทำให้การท่องเที่ยวในสวิตเซอร์แลนด์ดินแดนในฝันของใครต่อหลายคน เป็นประสบการณ์ที่สนุกและน่าตื่นเต้น และการเดินทางเที่ยวทั่วสวิตเซอร์แลนด์ด้วยรถไฟนั้นก็เป็นอะไรที่น่ารื่นรมย์ นอกจากรถไฟที่เชื่อมเมืองต่างๆ ตามปกติแล้ว ยังมีรถไฟขึ้นเขา รถไฟชมวิวทิวทัศน์อยู่หลายเส้นทาง Check Guide ฉบับนี้จะขออาสาพานั่งรถไฟขบวนพิเศษ Glacier Express อันเลื่องชื่อครับ

 


  Glacier Express  

สุดยอดรถไฟชมทิวทัศน์เส้นทาง : Zermatt-St. Moritz

 

 

รถไฟชมวิวสายนี้เกิดจากการร่วมมือของ 2 บริษัทรถไฟเอกชนรายใหญ่ของสวิตเซอร์แลนด์ นั่นคือ Matterhorn Gotthard Bahn (MGB) สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่เมืองบริก (Brig) รัฐวาเลส์ กับ Rhaetian Railway (RhB) สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่เมืองคูร์ เจ้าของเส้นทางรถไฟเกือบทั้งหมดในรัฐเกราบึนเดิน

จากเซอร์แมทต์จนถึงซังต์มอริตซ์ ใช้เวลาเดินทางนาน 7 ชั่วโมง 45 นาที ถือว่าใช้เวลานานมากกับระยะทางบนราง 291 กิโลเมตร เนื่องจากวัตถุประสงค์ของรถไฟขบวนนี้ต้องการให้ผู้โดยสารได้ดื่มด่ำกับทัศนียภาพของธรรมชาติสองข้างทางที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามความสูงต่ำของภูมิประเทศ ลอดเข้าอุโมงค์ 91 แห่ง ข้ามสะพาน 291 แห่ง ผ่านทิวทัศน์อันตระการตาของหุบเขา ป่าไม้ น้ำตก ลำธาร ทุ่งหญ้า หมู่บ้านชนบท เมืองตากอากาศและหิมะอันขาวโพลนเมื่อขึ้นไปถึงจุดสูงสุดบนเส้นทาง Glacier Express จึงได้รับฉายาว่าเป็น “รถไฟด่วนที่วิ่งช้าที่สุดในโลก”

 

 


  ตื่นตาตื่นใจกับตู้โดยสารแบบพานอราม่า  

ขบวนรถไฟสีขาวแดงอันเป็นเอกลักษณ์ของ กลาเซียร์ เอ็กซ์เพรสมีตู้โดยสารกระจกใสโค้งเหนือศีรษะ และหน้าต่างบานใหญ่ ทำให้มองเห็นทิวทัศน์สองข้างทางได้อย่างเต็มตา ทุกที่นั่งมีหูฟังสำหรับนั่งชิลล์ฟังเพลงหรือเรื่องราวของสถานที่ต่างๆ ระหว่างทาง ที่นั่งชั้น 1st Class กว้างขวางกว่าชั้น 2nd Class พร้อมโต๊ะอาหารระหว่างที่นั่ง ที่มีเมนูอาหารกลางวันให้สั่งได้ก่อนเดินทางผ่านทางเว็บไซต์หรือตอนสำรองที่นั่ง หรือจะเลือกสั่งจากตู้เสบียงก็มีให้อิ่มอร่อยหลายเมนู

 

 


  ออกเดินทางจาก Zermatt  

จากเซอร์แมทต์ผ่านสถานี Tasch ตรงนี้มีลานจอดรถใหญ่โต รองรับรถยนต์ของผู้คนที่จะเดินทางเข้าเซอร์แมทต์หมู่บ้านปลอดรถยนต์ต้องมาจอดที่นี่ทุกคัน แล้วจึงนั่งรถไฟ Shuttle เข้าสู่เซอร์แมทต์ต่อไป เส้นทางรถไฟลดระดับลงเรื่อยๆ ผ่านหมู่บ้าน St.Niklaus, Staden-Saas ต้นทางการนั่งรถบัสขึ้นไปยังซาสเฟ (Saas Fee) หมู่บ้านรีสอร์ตฤดูหนาวชื่อดังอีกแห่งของรัฐวาเลส์ จนถึง Visp และ Brig พื้นที่ราบระหว่างหุบเขา

 

หลังจากนี้รถไฟเร่งสปีดเพื่อไต่ระดับไปยังสถานี Morel และ Fiesch หมู่บ้านที่มีกระเช้าไฟฟ้าให้ขึ้นไปชมธารน้ำแข็งอาเล็ตซ์ (Aletsch Glacier) ได้อีกจุดหนึ่ง โดยนั่งไปยังยอดเขา Eggishorn บนความสูง 2,869 เมตร ก็จะเห็นธารน้ำแข็งสายนี้ได้แบบพานอราม่า จนกระทั่งถึง Munster, Oberwald, Realp และ Andermatt ตามลำดับ โดยบางสถานีรถไฟกลาเซียร์เอ็กซ์เพรสจะไม่จอด

ช่วงหนึ่งรถไฟมุดเข้าอุโมงค์ Furka ยาว 15 กม. เปิดใช้งานเมื่อปี 1982 แทนเส้นทางเดิมที่รถไฟต้องไต่ขึ้นบนรางฟันเฟืองยาว 8 กม. ข้ามช่องเขาฟูร์คาผ่านธารน้ำแข็งโรน ปัจจุบันเส้นทางดังกล่าวปิดตัวไปแล้ว และด้วยสภาวะโลกร้อนธารน้ำแข็งโรนก็หดตัวลงมาก ชื่อรถไฟกลาเซียร์เอ็กซ์เพรสนี้ก็มาจากการที่รถไฟวิ่งเฉียดเข้าไปใกล้ธารน้ำแข็งแห่งนี้นั่นเอง พอโผล่ออกมาตรงสถานี Realp ก็ตื่นตะลึงไปกับหิมะขาวโพลนทั่วบริเวณยาวไปจนถึง Andermatt ก็ได้เวลาอาหารกลางวัน

 

 


  Andermatt-Oberalppass  

ท่านใดสั่งชุดอาหารกลางวันไว้ พนักงานก็จะมาจัดการปูโต๊ะ จัดช้อนและแก้วน้ำ รอเชฟออกมาตักอาหารที่ปรุงกันใหม่ๆ ร้อนๆ จากครัวบนรถไฟ เริ่มจากซุปหรือสลัด อาหารจานหลักและปิดท้ายด้วยขนมหวาน ท่านใดสั่งไวน์เพิ่มบริกรก็จะรินเสิร์ฟไวน์ใส่แก้วเอียงที่ออกแบบให้ก้านแก้ววางได้ระดับทำมุมกับรางรถไฟที่ลาดชันขึ้นสู่ Oberalppass จุดสูงที่สุดของเส้นทางสายนี้บนระดับความสูง 2,033 เมตร ดื่มด่ำกับวิวภูเขาสูงที่ปกคลุมด้วยหิมะพร้อมกับอิ่มอร่อยไปกับเมนูอาหารที่ปรุงจากวัสดุท้องถิ่น นับเป็นประสบการณ์ที่สุดแสนประทับใจ Oberalppass เป็นช่องเขาตรงเขตรอยต่อระหว่างรัฐอูรีกับเกราบึนเดิน หลังจากนี้เส้นทางลดระดับลงสู่สถานี Sedrun โดยขบวนกลาเซียร์เอ็กซ์เพรสที่วิ่งสวนมาจาก St.Moritz หรือ Chur บริกรจะเริ่มเสิร์ฟอาหารจากสถานีนี้

 

 


  Disentis-Chur  

รถไฟลดระดับต่อลงไปจนถึงสถานี Disentis (หรือ Muster ในภาษาโรมานซ์) ใช้เวลา 16 นาทีในการเปลี่ยนหัวรถจักรเป็นของการรถไฟเรเชียนเรลเวย์ เราสามารถลงมายืดเส้นยืดสาย ซื้อของทานเล่นจากร้านค้าในสถานี หรือดูการเปลี่ยนหัวรถจักรก็ได้ กลับไปขึ้นรถไฟก็จะได้พบกับสตาฟฟ์ชุดใหม่ให้บริการพูดคุยเป็นเพื่อนร่วมทางไปจนถึงซังต์มอริตซ์โน่นเลย

เส้นทางช่วงนี้ส่วนใหญ่เป็นที่ราบระหว่างหุบเขา ทุ่งหญ้า ต้นไม้เขียวขจี ผ่านหมู่บ้านผ่านเมืองยุคกลางหลายแห่ง จึงเห็นทั้งโบสถ์ ปราสาท หลายต่อหลายแห่งผ่านสายตาไป เช่น Sumvitg, Trun, Ilanz รางรถไฟตีคู่ไปกับแม่น้ำไรน์ไปจนถึงสถานี Reichenau ก่อนเข้าเทียบชานชาลาที่สถานี Chur และใช้เวลาอีก 17 นาทีในการสลับหัวรถจักรเปลี่ยนทิศเพื่อมุ่งหน้าไปยังซังต์มอริตซ์

 

  Chur-Filisur  

รถไฟวิ่งย้อนกลับไปยังสถานี Reichenau แล้วเบี่ยงตัวตามเส้นทางผ่านหุบแม่น้ำฮิเทอร์ไรน์ ที่มีแต่ป่าเขียวครึ้ม ระหว่างทางเห็นปราสาทเล็กๆ อยู่ลิบๆ หลายแห่งจนถึง Thusis ที่มีท่ารถบัสวิ่งลัดไปยังเมือง Bellinzona ในเขตรัฐทิชิโนได้ภูมิประเทศเริ่มสูงขึ้นอีกครั้ง ด้วยหัวรถจักรอันทรงพลังไม่นานก็ถึง Tiefencastel หมู่บ้านแสนสวยท่ามกลางหุบเขาที่มองเห็นโบสถ์กลางหมู่บ้านจากบนรถไฟได้อย่างชัดเจนรถไฟวิ่งย้อนกลับไปยังสถานี Reichenau แล้วเบี่ยงตัวตามเส้นทางผ่านหุบแม่น้ำฮิเทอร์ไรน์ ที่มีแต่ป่าเขียวครึ้ม ระหว่างทางเห็นปราสาทเล็กๆ อยู่ลิบๆ หลายแห่งจนถึง Thusis ที่มีท่ารถบัสวิ่งลัดไปยังเมือง Bellinzona ในเขตรัฐทิชิโนได้

ภูมิประเทศเริ่มสูงขึ้นอีกครั้ง ด้วยหัวรถจักรอันทรงพลังไม่นานก็ถึง Tiefencastel หมู่บ้านแสนสวยท่ามกลางหุบเขาที่มองเห็นโบสถ์กลางหมู่บ้านจากบนรถไฟได้อย่างชัดเจน

 

 


  Landwasser Viadukt  

สะพานลันด์วัสเซอร์

และแล้วก็มาถึงไฮไลต์บนเส้นทางนี้ นั่นก็คือการได้เห็นรถไฟข้ามสะพานส่งน้ำแบบโรมันก่อนมุดเข้าอุโมงค์ที่เจาะเข้าไปบนหน้าผา หลังจากรถไฟผ่านสถานี Tiefencastel แล้วเตรียมตัวให้ดี เพราะอีกไม่กี่นาทีข้างหน้ารถไฟก็จะถึงจุดดังกล่าว ไม่ว่านั่งอยู่โบกี้ไหนขอแนะนำให้ย้ายไปท้ายขบวน เพื่อจะได้เห็นขบวนรถไฟค่อยๆ วิ่งบนสะพานยาว 142 เมตร สูง 65 เมตร ตีวงโค้งบนเสาหิน 6 ซุ้มโค้ง มุดเข้าไปในอุโมงค์ยาว 200 เมตร ทะลุออกไปยังสถานี Filisur

สะพานลันด์วัสเซอร์สร้างเสร็จเมื่อปี 1903 พร้อมๆ กับการเปิดเส้นทางรถไฟสายอัลบูลา (Albula Line) ของ RhB ให้บริการระหว่าง Thusis กับ Celerina สถานีสุดท้ายก่อนถึงซังต์มอริตซ์ โดยความมหัศจรรย์ของสะพานแห่งนี้อยู่ที่วิศวกรรมการก่อสร้างที่เลียนแบบสะพานส่งน้ำโบราณของชาวโรมัน หรือที่เรียกว่า เวียดัคท์ แทนที่จะใช้ส่งน้ำเขาก็เอารางรถไฟไปใส่แทน เมื่อรถไฟวิ่งผ่านจึงเหมือนกับกำลังจะชนหน้าผา ถ้านั่งไปจาก Chur ให้ยึดที่นั่งติดหน้าต่างฝั่งขวา เพื่อจะได้เห็นภาพเต็มๆ และมีเวลาในการลั่นชัตเตอร์ 15-20 วินาทีเท่านั้น

 

 


  Filisur-St.Moritz  

สถานี Filisur มีรางแยกออกไปยังดาวอส ส่วนเส้นทางที่ไปซังต์มอริตซ์นั้นตัดผ่านช่องเขาอัลบูลา (Albulalinie) ระหว่างสถานี Bergun กับ Preda เป็นเส้นทางที่วกวนด้วยการวางรางวงแหวนกับรางวนเข้าอุโมงค์ 14 แห่ง สะพานเวียดัคท์ 6 แห่ง เพื่อให้รถไฟไต่ระดับความสูงขึ้นไป 416 เมตร ในระยะทาง 13 กิโลเมตร ทำเอาผู้โดยสารหลงทิศได้ง่าย เพราะเมื่อโผล่ออกมาจากอุโมงค์ก็ยังเห็นว่ายังไปไหนได้ไม่ไกล ยังเห็นภาพหมู่บ้านเดิมอยู่เบื้องล่าง จนถึงสถานี Preda จึงจับทิศทางได้ เส้นทางในช่วงนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกเมื่อปี 2008 จากองค์การยูเนสโกด้วย และขณะนี้การรถไฟ RhB กำลังตัดอุโมงค์เส้นใหม่ให้ตรงขึ้น

จากนั้นรถไฟวิ่งเข้าอุโมงค์อัลบูลายาว 6 กิโลเมตร โผล่ออกที่สถานี Bever ชุมทางรถไฟเล็กๆ ที่มีขบวนแยกออกไป Scouol-Tarasp เมืองสปาสุดโรแมนติกในหุบเขาใกล้ชายแดนออสเตรีย ส่วนกลาเซียร์เอ็กซ์เพรสวิ่งต่อไปยังหมู่บ้าน Samedan เห็นโบสถ์หลังงามตั้งอยู่บนเนินกลางหมู่บ้าน สถานีถัดไปคือ Celerina ก่อนที่รถไฟขบวนนี้เข้าจอดเทียบชานชาลาริมทะเลสาบที่ซังต์มอริตซ์ เมืองรีสอร์ตไฮโซ พักที่นี่สักคืนเพื่อซึมซับเอาความหรูหรากันก่อนนะครับ

 

 


  บินสู่สวิตเซอร์แลนด์กับสายการบินสวิส  

สัมผัสมาตรฐานชั้นเลิศและความเป็นสวิตเซอร์แลนด์ได้ตั้งแต่เริ่มต้นเดินทางออกจากประเทศไทย กับสายการบินสวิส (Swiss International Air Lines) มีเที่ยวบินระหว่างกรุงเทพฯ-ซูริค ทุกวัน เที่ยวบินขาไปออกจากกรุงเทพฯ ช่วงเที่ยงวัน ถึงซูริคช่วงหัวค่ำ ถือเป็นเที่ยวบินกลางวันตลอดเส้นทาง เป็นโอกาสอันดีที่ผู้โดยสารจะได้ลิ้มรสอาหารที่เสิร์ฟ 2 มื้อหลัก รวมทั้งของรับประทานเล่นและเครื่องดื่มที่หลากหลายตลอดเที่ยวบิน ในส่วนความบันเทิงบนเครื่องนั้น มีทั้งภาพยนตร์ รายการทีวี สารคดี เพลง เกม ให้เลือกชมและเล่นได้อย่างเพลิดเพลินบนจอมอนิเตอร์ระบบสัมผัสขนาดใหญ่ หากต้องการพักผ่อนก็มีเครื่องนอนให้ทั้งผ้าห่มอุ่นๆ และหมอนนุ่มๆ

ส่วนเที่ยวบินขากลับนั้น ออกจากซูริคช่วงหัวค่ำ หลังจากเครื่องขึ้นอาหารมื้อเย็นจะถูกเสิร์ฟ หลังจากนั้นท่านอาจเลือกชมสิ่งบันเทิงหรือพักผ่อนได้ตามอัธยาศัย แล้วตื่นขึ้นมาด้วยความสดชื่นพร้อมอาหารมื้อเช้าก่อนถึงเมืองไทย

 

 


สะดวกสบายกับที่นั่งกว้างขวางของเครื่องบิน

  Boeing 777-300ER  

ประกอบด้วยที่นั่งชั้น First Class 8 ที่นั่ง Business Class 62 ที่นั่ง และ Economy Class 270 ที่นั่ง มีลูกเรือชาวไทยให้บริการด้วยนอกเหนือจากทีมงานชาวสวิส ชั้นประหยัดมีการจัดที่นั่งแบบ 3-4-3 ระยะห่างระหว่างแถว 32 นิ้ว เบาะกว้าง 17.3 นิ้ว มีที่เก็บของเหนือศีรษะที่กว้างเก็บสัมภาระได้เหลือเฟือ หากต้องการความสะดวกสบายเพิ่มขึ้น สามารถเลือกที่นั่งในตำแหน่งและแถวพิเศษซึ่งได้พื้นที่เพิ่มขึ้น โดยจ่ายค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมได้ผ่านทางเว็บไซต์ของสายการบิน

ชั้นธุรกิจถูกออกแบบด้วยความพิถีพิถัน เพื่อให้ผู้โดยสารสัมผัสได้ถึงความกว้างขวาง ความลงตัวของสิ่งอำนวยความสะดวกและความบันเทิงที่ครบครัน อาหารและเครื่องดื่มที่คัดสรรจากเชฟชื่อดังทั้ง 26 รัฐของประเทศ ปรุงเมนูจากวัสดุอันมีชื่อเสียงของแต่ละท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นเนื้อ ชีส ผักผลไม้ ไวน์ ให้ผู้โดยสารได้เลือกอิ่มอร่อย สำคัญที่สุดคือเบาะนั่งปรับเป็นเตียงนอนราบได้ถึง 180 องศา หลับสบายตลอดเที่ยวบิน ถึงปลายทางด้วยความสดชื่น ผู้โดยสารที่ต้องการความเป็นส่วนตัวในชั้นธุรกิจนี้ สามารถเลือกที่นั่งแบบเดี่ยว ซึ่งจะได้ความกว้างขวางกว่าเพิ่มเข้ามาด้วย

 

 


  Self Check-in  

เลือกที่นั่งด้วยตนเองก่อนเดินทาง

จองตั๋วเครื่องบินและดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.swiss.com

สายการบินเปิด Web Check-in ให้ผู้โดยสารเช็คอินและเลือกที่นั่งด้วยตนเองล่วงหน้าก่อนเครื่องออก 23 ชั่วโมง และยังมีตู้ Kiosk เช็คอินได้เมื่อเดินทางไปถึงสนามบิน สะดวกรวดเร็วกว่าการเช็คอินที่เคาน์เตอร์ เพราะสามารถนำสัมภาระที่จะโหลดใต้ท้องเครื่องไปวางที่ช่อง Baggage Drop ได้ทันที พร้อมกับรับบอร์ดดิ้งพาสขึ้นเครื่อง

 

 


ขอแนะนำหนังสือคู่มือนำเที่ยว Trip To SWISS สำหรับวางเที่ยวเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์ทั่วประเทศ ครอบคลุมเมืองใหญ่ เมืองรอง เส้นทางพิชิตยอดเขา เรือล่องทะเลสาบ และรถไฟชมวิวทุกเส้นทาง

(www.forward-books.com)

 

Special Thanks

Glacier Express

(www.glacierexpress.ch)

 

Swiss International Air Lines

(www.swiss.com)

31 ตุลาคม 2561

ผู้ชม 75 ครั้ง